China, What's Next?

ยิง ปลา แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2019: China’s Challenges: Environment

เดิมพันฟรี gclub มือ ถือ ทดลอง เล่น,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ณ เวลา 10.12 น.อยู่ที่ 190 บาท บวก 1.00 หรือ 0.53% โดยเปิดตลาดที่ 189 บาท ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 190.50 บาท และย่อตัวทดสอบจุดต่ำสุดที่ 188 บาท มูลค่าการซื้อขาย 517.59 ล้านบาทบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.) คาดว่ากำไร TASCO ในไตรมาส 1/58 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 625 ล้านบาท โดยประเมินผลประกอบการจะยังโดดเด่น และทำสถิติสุงสุดใหม่ต่อเนื่องสู่ระดับ 625 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน 20% จากไตรมาสก่อน และปีก่อน 146% จากปีก่อน ได้แรงหนุนจาก ต้นทุนน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำอีกทั้งยังรับรู้กำไรจากการเข้าลงทุนในลงทุนในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วในต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหินมาซินลอค และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ สตาร์ รวมถึงการเข้าถือหุ้นเพิ่มในบริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ จำกัด (NED) ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย เมื่อต้นปีนี้ เป็นระดับ 66.66% จากเดิมที่ 33.33% ด้วย หุ้นเข้า SET50 (17 เม.ย.58): SET50 (+) BA BLA ITD SUPER TPIPL / (-) BAY BDMS BJC KTIS SPALI VGIโดยคาดว่ากลุ่มพันธมิตรร่วมทุนดังกล่าวจะย้ายโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในมือเข้ามาลงทุนกับ BTC ซึ่งตั้งเป้าหมายที่จะย้ายเข้าซื้อขายในหมวดพลังงานภายใน 2 ปี ขณะที่ล่าสุดกลุ่มผู้ถือหุ้นเก่าและใหม่ได้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะพัฒนางานธุรกิจด้านพลังงาน โดยมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังเมียนม่าร์ในปีถัดไปคาดว่าจะมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ระยะสั้น แนวโน้มตลาดยังคงทิศทางบวกระยะสั้น คาดว่าวันนี้ SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,565-1,575 จุด มีจุดตัดขายลดความเสี่ยงระยะสั้น 1,562 จุด หรือผิดพลาดได้ไม่ควรต่ำกว่า 1,555 จุด ซึ่งเป็นแนวเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลางด้านนายนพพล มิลินทางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CYBER เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกทำงานร่วมกับ CYBER เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจและตัดสินใจเดินเข้าสู่เส้นทางเกี่ยวกับธุรกิจพลังงานทางเลือก ประกอบกับบริษัทมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นโครงการที่มีอนาคตและอยู่ในเส้นทางการทำงานที่มีความถนัดนายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิปี 58 เติบโต 25% จากปีก่อน ขณะที่คาดว่ารายได้จะขยายตัวได้ระดับ 15% จากปีที่แล้ว หลังจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น โครงการแรกที่จะจ่ายไฟฟ้าได้ 8-12 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดเดินเครื่องตั้งแต่ไตรมาส 3/58ด้านนักลงทุนในตลาดการเงินจับตาดูนโยบายการจ่ายเงินปันผลของเทสโก้อย่างใกล้ชิด หลังบริษัทระบุในเดือนม.ค.ว่าจะไม่จ่ายเงินปันผลขั้นสุดท้ายสำหรับปีนี้ รวมทั้งจะรอดูแถลงการณ์ความคืบหน้าของการที่บริษัทถูกสำนักงานปราบปรามการฉ้อโกงรุนแรงของอังกฤษ (SFO) เข้าตรวจสอบกรณีที่บริษัทระบุตัวเลขกำไรเกินจริงถึง 263 ล้านปอนด์,สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน) หรือ SR ได้ยื่น Filing version แรกเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 เนื่องจากบริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 75 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% จำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้และมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดยมี บล. อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน、สอนการแทงบอลไลฟ์-pantip、ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้นหลังจากมีข่าวว่า ซาอุดิอาระเบียได้กลับมาใช้ปฏิบัติการทางอากาศรอบใหม่ เพื่อโจมตีกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนเมื่อวานนี ทั้งนี้ เยเมนเป็นประเทศที่มีพรมแดนติกับซาอุดิอาระเบีย ซึ่งความวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในเยเมนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว。 แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจและสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอของบริษัท โดยทริสเรทติ้งคาดหวังว่าบริษัทจะขยายธุรกิจโดยการเพิ่มภาระหนี้ด้วยความระมัดระวังและมีการติดตามตรวจสอบอย่างมีวินัย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยดำรงคุณภาพเครดิตของบริษัทเอาไว้แนวต้าน 5.25-5.50// 5.70 บาทน้ำดิบเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 2.6% เป็น 10.77 บาทต่อ ลบ.ม.ในทางกลับกัน ธุรกิจจำหน่ายน้ำประปาของบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจน้ำประปาเพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอยู่ที่ 989 ล้านบาท อย่างไรก็ดี แม้ธุรกิจให้บริการน้ำประปาจะมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีโอกาสในการขยายตัวในอนาคตในระดับต่ำเนื่องจาก กปภ. ไม่มีนโยบายเปิดประมูลสัมปทานใหม่หรือให้เอกชนดำเนินการแทน ดังนั้น โอกาสในการขยายธุรกิจน้ำประปาของบริษัทคือการหาสัมปทานกิจการประปาโดยตรงจากเทศบาลหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซื้อ กลุ่มหุ้นที่มีโอกาสเก็งกำไรลดดอกเบี้ย: แนะนำ ซื้อ กลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยบวกจากโอกาสในการลดดอกเบี้ย อย่าง SAWAD ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ รวมไปถึงกลุ่มหุ้นปันผลสูงอย่าง INTUCH และอสังหาฯ อย่าง QH, PS, SIRI (SIRI เตรียมเปิดคอนโดฯ 2 โครงการใน 2Q15),APURE (1.55 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: กลาง-ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 1.64; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 1.53ราคาปิด 7.90 แนวรับ 7.85-7.70 แนวต้าน 8.20-8.40 , 8.60ML กรอบ 2.56-2.78ในช่วงกลางปี 2557 บริษัทได้ซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่ม Greyhound ผ่านทาง บริษัท มัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวม 1,854 ล้านบาท โดยบริษัทใช้เงินที่ได้รับจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน SSTSS ประมาณ 600 ล้านบาทและใช้เงินกู้อีกประมาณ 700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือบริษัทชำระด้วยการออกหุ้นใหม่ของบริษัทมัดแมนมูลค่ารวม 588 ล้านบาท โดยบริษัทมัดแมนได้มีการเพิ่มทุนจำนวน 1,418 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการลงทุนดังกล่าวและสำรองไว้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัทมัดแมนบางส่วน การเพิ่มทุนดังกล่าวส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในบริษัทมัดแมนลดลงเหลือ 75% ในขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของกลุ่ม Greyhound และบริษัทน้ำตาลขอนแก่นจะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 16% และ 9% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ในเดือนมีนาคม 2558 บริษัทได้ซื้อหุ้นในบริษัทมัดแมนจากผู้ถือหุ้นเดิมของกลุ่ม Greyhound จำนวน 5% ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทมัดแมน 80% ในขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของกลุ่ม Greyhound และบริษัทน้ำตาลขอนแก่นจะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 11% และ 9% ตามลำดับ。

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการผลการดำเนินงานปี 2558-59 โดยคาดกำไรสุทธิเติบโต 12.2% จากปีก่อน และ 11.1% ตามลำดับบล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ระบุในบทวิเคราะห์ (21 เม.ย.) ว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานของTASCO สดใสมาก โดยเฉพาะในเรื่องการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างถนน ตามงบประมาณพิเศษที่ได้รับเพิ่มเติมอีก 4 หมื่นล้านบาท ทำให้เกิดภาวะยางมะตอยขาดแคลนในประเทศ ผลประโยชน์น่าจะตกอยู่กับ TASCO มากที่สุด เนื่องจาก TASCO มีโรงกลั่นยางมะตอยในมาเลเซียและมีเรือขนส่งยางมะตอยเป็นของตนเองจึงสามารถนำเข้ายางมะตอยมาขายในประเทศได้ SET ปิดลบ 6 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 3.39 พันลบ.。 บรรดาเจ้าหน้าที่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่ากรีซอยู่ระหว่างการเจรจากับ IMF และประเทศในยูโรโซนเกี่ยวกับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่เจ้าหนี้ของกรีซกำหนดไว้เป็นเงื่อนไขในการที่กรีซจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ที่เร่งด่วนแรงขายหุ้นธนาคารกดดัน คาดว่าตลาดจะแกว่งตัวในแนวโน้มขึ้นต่อไป,โดยคาดว่าไตรมาส 1/58 นี้ TASCO จะมีปริมาณการขายยางมะตอยในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีก่อน และหนุนให้กำไรไตรมาสที่ 1/58 เติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากราคายางมะตอยในประเทศที่อยู่ในระดับสูงเกือบ 600 เหรียญฯ/ตัน มากกว่าราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยในไตรมาสที่ 1/58 ที่อยู่เพียง 341 เหรียญฯ/ตัน โดยผลบวกดังกล่าวน่าจะต่อเนื่องไปอีกในไตรมาสที่ 2/58 ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 ขึ้นจากเดิม 45% เป็น 1,665 ล้านบาท ส่งผลให้ Fair Value ที่ประเมินด้วย PER 14 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 105 บาท เป็น 152 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบัน 22.6% อีกทั้งยังมี Sentiment เชิงบวกจากกำไรไตรมาสที่ 1/58 ที่มีโอกาสสร้างสถิติ New High จึงปรับคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าสวมกิจการเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ดีคาดว่ากลุ่มนารายณ์จะทำการ Tender offer หลังจากที่ทำการซื้อหุ้นสำเร็จ นิกเกอิปิดพุ่ง 274.60 จุด รับเยนอ่อน,จีนกระตุ้นศก.SET Index: แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1600 ,ทั้งนี้ หากกรีซสามารถยื่นแผนปฏิรูปเศรษฐกิจที่กลุ่มประเทศเจ้าหนี้ให้การอนุมัติภายในสิ้นเดือนนี้ กรีซก็จะได้รับเงินกู้ 7.2 พันล้านยูโร ก่อนที่มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย.?ในส่วนของการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ล่าสุดได้ยื่นขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปแล้ว และพร้อมดำเนินการปล่อยสินเชื่อได้ทันทีหลังได้รับไลเซ่น เนื่องจากมีฐานลูกค้า 6-7 แสนคน ไว้รองรับอยู่แล้ว และการขยายสาขาเพิ่มขึ้นทั่วประเทศไทย ทำให้โอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วยVGI ซื้อ ราคาหุ้นกลับตัวขึ้นด้วยรูปแบบ Morning Star สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 7 วันได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เริ่มเพิ่มขึ้น คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกบริเวณ 4.90 บาท ถัดไปที่ 5.10 บาทภายใต้สมมติฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าในช่วงปี 2558-2560 บริษัทจะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรได้ไม่ต่ำกว่า 54% และคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ โดยจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาทต่อปีเพื่อให้เพียงพอต่อภาระผูกพันทางการเงินที่มีปีละ 800-1,000 ล้านบาทในปี 2559-2560 และการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายบริษัทโดยหุ้นกลุ่มส่งออกปรับตัวขึ้น โดยหุ้นฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ผู้ผลิตรถยนต์ซูบารุ ปรับขึ้น 1% และหุ้นพานาโซนิค ขยับขึ้น 0.7% ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ โดยหุ้นซูมิโตโม มิตซุย ไฟแนนเชียล กรุ๊ป พุ่งขึ้น 4.4% และหุ้นมิซูโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ปรับขึ้น 2.4% ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ 20.80 บาท ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทมาจากผลการดำเนินงานที่ดีและการมีแหล่งรายได้ที่แน่นอน ในปี 2557 บริษัทมีรายได้ 4,242 ล้านบาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวรวมรายได้ค่าก่อสร้างภายใต้สัญญาสัมปทานจำนวน 269 ล้านบาทซึ่งได้บันทึกเป็นต้นทุนการผลิตเอาไว้ด้วย หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว รายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อนหน้า บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ระดับสูงกว่า 54% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาโดยการดำเนินการข้างต้นเป็นไปตามมติที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 58 จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ดังกล่าวข้างต้น มีผลให้หุ้นสามัญของบริษัทลดลงจากจำนวนหุ้นเดิม 33,403,684,700 เป็นจำนวนหุ้นใหม่ 6,680,736,940 หุ้น。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’