New Leaders Forum

เดิมพันฟรี เกมส์ fun88: Security and the Life Sciences

โจ๊ก เกอร์ คา สิ โน ออนไลน์,ราคาปิด 47.00 ตัดขาดทุน 45.25 ธปท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจมิ.ย.อยู่ที่ 49.1 ลดลงเป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 49.00-51.00 ตัดขาดทุนที่ 45.50 บาท ซื้อ โดยมีเป้าหมายเก็งกำไรระยะสั้น 4.22 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 3.90 บาท ,ส่วนประเด็นการซื้อขายหุ้นของกลุ่มคิง พาวเวอร์ มีมุมมองในทางบวก ด้วยกลุ่มคิงพาวเวอร์เดิมถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งในลูกค้าของบริษัทอยู่แล้ว การเข้ามาถือหุ้นโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหาร แต่คาดว่าจะเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจมากขึ้น จากเดิมที่มีธุรกิจร่วมกันอยู่แล้ว อาทิการใช้สื่อเพลงของ RS บนเครื่องบิน และการใช้โฆษณาผ่านช่องทางสื่อสารของ RS อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดว่ายังไม่มีผลต่อประมาณการอย่างมีนัยสำคัญสำหรับพื้นที่ที่จะเข้าซื้อดังกล่าว เป็นพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรม (พื้นที่สีม่วง) ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการก่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าของ GEL ได้หลายผลิตภัณฑ์ เช่น พื่นคอนกรีตสำเร็จรูป เสาเข็ม เป็นต้น อีกทั้งยังอยู่ใกล้เคียงกับฐานลูกค้าของกลุ่มบริษัท และแหล่งวัตถุดิบในการผลิตตลอดจนอยู่ใกล้ท่าเรือซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งวัตถุดิบด้วยสำหรับสัดส่วนการลงทุนในกิจการร่วมค้าดังกล่าว ประกอบด้วย บริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน) หรือ HYDRO ถือหุ้น 51% ,บริษัท สหการวิศวกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยขง TRC ถือหุ้น 49%SET Index: 1439.78 เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่บริเวณแนวต้าน 1440 จุด หลังจากฟื้นตัวกลับขึ้นมาค่อนข้างแรงเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงที่ 1400 จุด ซึ่งเราคาดว่า การฟื้นตัวของ SET Index ในระยะสั้น น่าจะมีแนวต้านที่ 1440 จุด แต่ถ้าสามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1460-1465 จุด ซึ่งเป็นแนวรับของรูปแบบสามเหลี่ยมเดิมก่อนที่จะปรับตัวลดลงไปทดสอบระดับ 1400 จุด แต่เมื่อพิจารณาความเสี่ยงในการปรับตัวลดลง เราแนะนำให้เน้นการขายหุ้นออกเพื่อลดพอร์ต เนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นให้น้ำหนักเป็นการฟื้นตัวทางเทคนิค และมียังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1400 หรืออาจถึง 1375 จุด ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดีดตัวขึ้นต่อหลังปรับลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศลงทุนทางบวกจากภายนอก และความหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะนำเสนอครม.ในสัปดาห์หน้าหุ้นบวกดัชนีมากสุด PTT SCB KBANK CPALL SCC BBL PTTEP KTB IVL ADVANC , เทอร์ราไบท์ เน็ท โซลูชั่น เลื่อนเสนอขาย IPO ออกไปก่อนMACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 40 แนวรับ : 79.00 และ 78.50 กลยุทธ์ระยะสั้นรอทยอยขายช่วงแนวต้านของรอบแถว 1450/1460 จุดPRINC (3.40 บาท), ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์ในวันนี้ว่า ธนาคารกลางจีนได้จัดสรรเงินกู้ระยะกลาง (MLF) มูลค่า 2.5 แสนล้านหยวน ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือนให้แก่ธนาคารต่างๆ ที่อัตราดอกเบี้ย 3.35% ในเดือนก.ค. หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้รับเงินคืนจากเงินกู้จากโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) วงเงิน 3.84 แสนล้านหยวนซึ่งครบกำหนดในเดือน ก.ค. ส่งผลให้ธนาคารกลางจีนได้รับเงินถึง 3.8 แสนล้านหยวนภายใต้โครงการดังกล่าวภายในช่วงสิ้นเดือนก.ค. ,อนึ่ง นายพูนสิทธิ์เข้าร่วมงานกับธนาคารในปี 54 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ และในปี 57 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารสายงานสื่อสารองค์กร ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรในปัจจุบันดัชนี MSCI Asia-Pacific ลดลง 0.3% แตะที่ระดับ 141.67 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.05 น.ตามเวลาโตเกียว สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,426.82 ล้านบาท (SET+MAI) หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไรSCC (โมเมนตัมเชิงบวกจากการปรับเพิ่มประมาณการ และหุ้นใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของกองทุน, เป้ากลยุทธ์ 533-550 ตัดขาดทุน 517), SIRI (หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเก็งกำไรว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ย + คาดกำไรไตรมาสที่ 2/58 เติบโตแข็งแกร่ง, เป้ากลยุทธ์ 1.72-1.75 และ 1.80 ตัดขาดทุน 1.64)// ทยอยสะสม ADVANC。

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,560.23 ล้านบาท ปิดที่ 326.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาทขณะที่พื้นที่ปลูกปัจจุบันได้ขยายจาก 1,000 ไร่ เป็น 3,500 ไร่ โดยบริษัทได้มีระบบการจัดการที่ทันสมัย และใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการทั้งระบบ ทั้งการปลูกและเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตดี ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ และสร้างขีดความสามารถในการขยายกำลงการผลิตเพื่อความเติบโตในธุรกิจพืชพลังงาน และเชื้อเพลิงชีวมวลต่อไป โดยบริษัทจะขยายพื้นที่ปลูกต่อไป ทั้งในจ.ขอนแก่น และจังหวัดที่กำลังจะมีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัทเองในการประชุมครั้งก่อน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากคณะกรรมการมองว่าการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงไป 2 ครั้งก่อนหน้านี้ช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินไปในระดับหนึ่งและช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ดังนั้นจึงสามารถรอประเมินประสิทธิผลของการลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ กนง. ยังต้องการที่จะเก็บกระสุนเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต หลังมองว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยยังมีอยู่สูงPTเข้าเล็งแบ่งทำกำไรที่ 13.40 บาท ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.ค.58 อยู่ที่ 105.93 เพิ่มขึ้น 0.94% จากเดือน ก.ค.57 และเพิ่มขึ้น 0.10% จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ Core CPI ช่วง 7 เดือนของปี 58 โตขึ้น 1.18%สำหรับบริษัท เอ็นเนอซอล มีทุนจดทะเบียน 242 ล้านบาท รายได้ปี 57 อยู่ที่ 600-700 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 6-7% ซึ่งทำธุรกิจร่วมกับ SCC มายาวนาน และการที่เป็นพันธมิตรกันเมื่อ SCC โตบริษัทก็โตไปด้วย เป็นการเอาขยะชุมชนมาทำเป็นพลังงาน ซึ่งหากจะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เอ็นเนอซอลต้องเพิ่มทุน ตอนนี้รอความชัดเจนซึ่งกำลังคุยกับ SCC อยู่,ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าบริษัทจะประกาศผลารดำเนินงานงวดไตรมาส 2/58 ในกลางเดือนส.ค.นั้น คาดว่ามีโอกาสที่จะพลิกเป็นกำไรจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 5.34 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทน่าจะมาจากโครงการต่อเรือที่บริษัทได้รับรู้รายได้เข้ามาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ดำเนินการโครงการนี้ในปลายไตรมาส 4/57 แล้วแต่ธุรกิจอาหารยังมี downside risk จากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน และการบริโภคที่ยังชะลอตัวซึ่งอาจนำไปสู่การจัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อดึงดูดลูกค้า,สำหรับในเฟสแรกจะเปิดให้บริการฟรี WiFi บนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศเป็นจำนวน 20% ของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศที่ PLANB ได้รับสัมปทานในการบริหารสื่อโฆษณา ในการเพิ่มขยายช่องทางบริการสื่อโฆษณาด้วยการผสมผสานสื่อออนไลน์กับสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (OOH) ครั้งนี้กับบริการฟรี ON WiFi เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค、เดิมพันฟรี แจก ฟรีสปิน2019、อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ประมาณ 53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ราคาน้ำมันที่ลดลงจะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อติดลบมากขึ้นและนานขึ้น , “อาซีฟา” กระแสแรง! ยอดจองซื้อหุ้นไอพีโอล้น พร้อมลุยสนามเทรด 5 สิงหาฯ นี้โดยบริษัทชี้แจงว่าการที่นายทะเบียนบริษัทมหาชนแจ้งว่ากรรมการทั้ง 3 ท่านยังมิได้ออกจากตำแหน่งตามวาระและมิได้รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการตามคำขอจดทะเบียนของบริษัทจึงส่งผลให้นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ นางสาวเขมกร วชิรวราการ และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจยังคงมีสถานะเป็นกรรมการของบริษัทเช่นเดิมและต่อเนื่องมาโดยตลอดนับตั้งแต่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งหรือยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการรวมถึงกรรมการตรวจสอบของ NMG มาก่อน จึงทำให้จำนวนกรรมการตรวจสอบของบริษัทครบถ้วนเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวและเพื่อประกอบการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ฯเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการตรวจสอบที่ครบกำหนดออกตามวาระการเป็นกรรมการดังกล่าวโดยราคาหุ้น PK ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.92บ. ในวันที่ 29 ก.ค.58Res 48.50-52.00 / Sup 46.00กลุ่มธนาคาร เริ่มกลับมาแข็งแกร่งกว่า SET เป็นสัปดาห์แรก ซื้อ KBANK KTB และ TMB: NPLs ที่เร่งตัวขึ้น และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ กดดันหุ้นกลุ่มธนาคารตั้งแต่ เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้ Valuation ในเชิง PBV ปัจจุบันต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ~20% หรือ ค่าเฉลี่ย PBV ในอดีต 1Standard Deviation แล้วขณะที่ในทางเทคนิคหุ้นกลุ่มธนาคาร (SET Bank) เริ่มมีสัญญาณแข็งแกร่งกว่า SET เป็นสัปดาห์แรก ทำให้กลุ่มธนาคารมีแนวโน้มเป็นหุ้น กลุ่มนำ การ Rebound ของ SET โดยแนะนำ ซื้อ KBANK (ต้าน 182/190), KTB (ต้าน 17.50), TMB (ต้าน 2.42), และ SCB (ต้าน 157)ขณะที่เชฟรอน คอร์ปปอเรชัน เปิดเผยรายได้ไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 571 ล้านดอลลาร์ ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่ 5.7 พันล้านดอลลาร์ โดยผลประกอบการไตรมาส 2 ของเชฟรอนออกมากย่ำแย่ที่สุดในรอบ 7 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเช่นกัน, SET พรุ่งนี้ Sideway ขณะตลาดรอผลประชุม กนง. นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.เอเชีย เวลท์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในวันที่ 5 ส.ค.ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของ บล.เอเชีย เวลท์ คาดว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิม เนื่องจากปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าลงมากว่า 4% จาก 31 บาท/ดอลลาร์ มาเป็น 34 บาท/ดอลลาร์แล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทที่จะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บมจ. บางกอกกล๊าส ,บมจ.เทอร์ราไบท์ เน็ท โซลูชั่น (TBNS) และบมจ.สเตรกา(STRGA) ได้ยื่นขอถอนแบบเสนอขายหุ้น(ไฟลิ่ง)จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แล้ว โดยบางรายต้องการปรับโครงสร้างภายในให้เรียบร้อยก่อนแต่ธุรกิจอาหารยังมี downside risk จากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน และการบริโภคที่ยังชะลอตัวซึ่งอาจนำไปสู่การจัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อดึงดูดลูกค้า。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.