China, What's Next?

สลาก งวด 16 กันยายน 2563: China’s relations in the Asia-Pacific: Central Asia

ไพ่ ออนไลน์ เล่น ผ่าน เว็บ, สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 11 พ.ค.58 นายมิทช์ แมคคอนแนล ผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสภาสหรัฐ เปิดเผยว่า วุฒิสภาจะเริ่มอภิปรายประเด็นร่างกฎหมายการค้าแบบ fast-track ในสัปดาห์หน้า ซึ่งกฎหมายดังกล่าวนับเป็นกุญแจสำคัญสู่การหาข้อสรุปในการเจรจาหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการแสดงความคิดเห็นของนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ที่ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของเฟดจะมีการพิจารณากันในการประชุมครั้งต่อๆไป ตราบใดที่ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาในเชิงบวก、โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากปริมาณขายที่ลดลงตามการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และปริมาณขายที่ลดลง โดยราคาโลหะสังกะสีที่สูงขึ้นช่วยลดผลกระทบไปในส่วนหนึ่งทั้งนี้แผนการดำเนินงานต่อเนื่องตลอดทั้งปี 58 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายโครงข่าย 3G จากเดิมมีการครอบคลุมอยู่ 80% จะเพิ่มเป็น 95% ของประชากรทั้งหมด และเสริมประสิทธิภาพโครงข่าย 4G ให้มากขึ้น โดยมีแผนนำคลื่นความถี่ 1800 MHz เดิมนำมาใช้งานเพิ่มเติมSET คาดว่า SET มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,504-1,515 จุด ตลาดรีบาวด์ระยะสั้นทั้งนี้ ตลอดการดำเนินธุรกิจด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมา 30 ปี ปตท.สผ. มีแนวทางการบริหารงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง,ตรวจ หวย ออมสิน 16 มีนาคม 2563, หุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการโดดเด่น VNG, RCL (+/-) ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงานสหรัฐฯ -ถ้าตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าตลาดคาด น่าจะทำให้นักลงทุนเลื่อนความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ออกไป ซึ่งจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนมี.ค.ลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผลผลิตด้านสินค้าทุนหดตัวลง ซึ่งส่งสัญญาณว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีอาจไม่แข็งแกร่งอย่างที่ประเมินกันไว้แม้ว่าวันนี้จะมีแรงกดดันจากการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน แต่ตลาดหุ้นภาคเช้า ยังปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.38 จุด (+0.56%) มาอยู่ที่ 1506.69 จุด โดยเป็นการ Rebound จากที่ปรับตัวลงแรงวานนี้ และหุ้นกลุ่มหลักที่ช่วยหนุนให้ตลาดบวกวันนี้ คือ กลุ่มธนาคารและ กลุ่มค้าปลีก สำหรับมูลค่าซื้อขายครึ่งวันอยู่ที่ 1.9 หมื่นลบ.สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET เริ่มอ่อนแรง SET ฟื้นตัวต่อจากปลายสัปดาห์ก่อน ด้วย Sentiment เชิงบวกภาวะตลาดต่างประเทศ รวมถึงแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มแบงก์ อย่างไรก็ตาม จากที่ช่วงนี้ ปัจจัยในประเทศ ยังไม่มีอะไรโดดเด่นนัก ทำให้ช่วงท้ายเริ่มมีแรงขายเข้ามาอีกครั้ง หลังช่วงเช้าขึ้นไปทำจุดสูงที่ 1520 จุด มาปิดตลาดที่ 1513.82 จุด +3.31 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.5 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และ ICT หนุนตลาด ปิดบวกกลุ่มละ +0.7% ส่วนพลังงานทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวกสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. จากระดับ 85,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี โดยตัวเลขจ้างงานเดือนเม.ย.ออกมาใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 224,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 5.4%。 ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 19,608.23 จุด ลดลง 12.68 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 27,664.18 จุด ลดลง 54.02 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,637.71 จุด ลดลง 26.01 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,100.63 จุด เพิ่มขึ้น 3.25 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,470.39 จุด ลดลง 0.41 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,798.64 จุด ลดลง 6.85 จุดสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 พ.ค.) ขานรับข่าวที่ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนายเดวิด คาเมรอน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับการคาดการณ์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐนอกจากนี้ เขามองว่าภาวะตลาดแรงงานของสหรัฐมีเสถียรภาพ และคาดว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวลงแตะ 5% ในช่วงสิ้นปีนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. จากระดับ 85,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปีAKR (1.89 บาท)สัญญาณ: ซื้อแนวรับเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 2.02; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 1.86。

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปรับตัวลง 5.48 จุด ปิดที่ 2,085.52 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลาง 305.5 ล้านหุ้น มูลค่า 4.68 ล้านล้านวอน (4.3 พันล้านดอลลาร์) โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 531 ต่อ 279,ส่วนบ้านเรายังต้องลุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาครัฐฯ แต่ในแง่ของ Earning ของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมก็ถือว่าออกมาดีกว่าที่ตลาดฯคาดการณ์ บางบริษัทก็เป็นไปตามที่คาดด้วย、ดู บอล ส คืน นี้、สัญญาทองคำดีดตัวขึ้นจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. จากระดับ 85,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี , LPN ลบ 1.17% กูรูให้เป้าสูงสุด 23.40 บ. หลังมองกำไร Q2/58 โตเท่าตัวส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 ปิด -0.73% ส่งผลให้ SET50 Put DW ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงท้ายตลาด เช่น S5028P1506B +4.8% และ S5028P1506A +3.8% เป็นต้น ส่วนการซื้อขาย DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนให้ความสนใจ Call DW กระจายในหุ้นหลายกลุ่มจากการที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลง เช่น Call DW บนหุ้น TRUE, TPIPL และ ITD รวมทั้ง Call DW บนหุ้นธนาคาร โดย DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น TRUE28C1509A, TPIP28C1509A เป็นต้น ตั้งแต่ช่วงบ่าย บาทอ่อนค่าลงมาเรื่อย เพราะตลาดเริ่มมีข่าวว่ากรีซอาจไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่คาดว่าพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.60-33.85 บาท/ดอลลาร์,โดย 98 บริษัทที่ Consensus คาด จะมีกำไร 1.22 แสนล้านบาท ลดลง12.1%จากปีก่อนแต่ Turnaround จากขาดทุนในไตรมาส 4/14 ซึ่ง CNS มีมุมมองว่าหากฐานกำไรส่วนใหญ่ออกมา Inline/Positive Surprise ต่อตลาด จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประมาณการตลาดของ Consensus สิ้นสุดการ Downgrade Revisionโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอ่อนตัวลงในปี 2557 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและโครงการที่อยู่อาศัยในอาฟริกาและการลงทุนในกลุ่มโรงแรม Tivoli ระดับหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 23,385 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 34,082 ล้านบาทในปี 2557 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 50.4% ในปี 2556 เป็น 56% ในปี 2557 ในขณะที่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อ EBITDA อ่อนตัวลงจาก 3.2 เท่าในปี 2556 เป็น 4.2 เท่าในปี 2557 โดยหนี้สินของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตจากแผนการลงทุนแม้บริษัทจะใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานบางส่วนในการลงทุนก็ตาม SET Index ช่วงเช้าปรับลดลง 1% ตาม Sentiment ตลาดหุ้นในภูมิภาค ขณะที่ SET50 Index ปรับลงลด 1.15% แสดงให้เห็นว่าหุ้นในกลุ่ม Big Cap วันนี้ลงแรงกว่าหุ้นในกลุ่ม Mid และ Small Cap โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารฯ เป็นกลุ่มที่ดึงดัชนีลงมาถึง2.68 จุด เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่ม ICT ที่ดึงให้ดัชนีลงมารวมกัน 4.4 จุด การปรับลดลงของกลุ่มธนาคารฯ นอกจากจะเป็นแรงขาย Sell on Fact ภายหลังการรายงานผลประกอบการแล้ว ยังมีเรื่องความกังวลต่อตัวเลข NPL ที่สูงขึ้น ความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตในอีก 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2558 ซึ่งบางส่วนถูกสะท้อนออกมาผ่านการปรับลดประมาณการณ์กำไรธนาคารฯหลายๆแห่ง ของ Consensus เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุกดดันให้กลุ่ม ธ.พ. กดดันดัชนีต่อเนื่อง ซึ่งถัดจากนี้ต้องติดตามการรายงานผลประกอบการของภาค Real Sector อย่าง พลังงาน ปิโตรเคมี วัสดุฯ สื่อสาร และอื่นๆ ซึ่งเริ่มมีการทยอยประกาศกันออกมาแล้ว โดยรวมยังคาดว่า กำไรสุทธิตลาดงวด 1Q58 ยังมีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นแตะระดับ 2 แสนล้านบาทSPA (TP7.2*) : Support 5.55/5.35 Resistant 6.0/6.35แนวรับ 0.88-0.90 บาท TVT ตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 15-20% มั่นใจพื้นฐานแกร่ง-ได้เปรียบคู่แข่งทั้งนี้บริษัทตั้งงบลงทุนปี 58 ไว้ 300-400 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนอุปกรณ์การผลิตและเครื่องจักรในบริษัทใหม่ คือ SNC Fukui Holy Insulation Co., Ltd. (SFHI) ที่ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนแอร์นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมีงานจากธุรกิจสื่อสารเข้ามาสนับสนุน โดยหากมีการประมูล 4G จะช่วยให้เกิดการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทนับว่าเป็นอันดับ 1 ของท่อร้อยสายไฟแบบอ่อนกั้นน้ำ และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการทำโครงการผลิตท่อร้อยสายไฟใต้ดิน (RTRC) โดยก่อสร้างโรงงานขนาด 1,400 ตารางเมตร และลงทุนในเครื่องจักรผลิตท่อชนิดซินไพเบอร์กลาส สำหรับงานร้อยท่อสายไฟฟ้าใต้ดิน โดยเริ่มโครงการไปแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค.และคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จ 30 พ.ค.58 โดยเบื้องต้นวางงบลงทุน 25 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีใบสั่งซื้อสินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการผลิตคิดเป็นกว่า 171 ล้านบาทนอกจากนี้ยังคงมุ่งหน้าต่อยอดธุรกิจตามแผนการเติบโตที่ตั้งไว้ คือแนวทางการหารายได้จาก 5 ช่องทางธุรกิจ ให้ครอบคลุมการเป็น Digital Retail Channel ได้แก่ รายได้จากการเติมเงินมือถือ รายได้จากการเติมเงินอื่นๆ รายได้จากการโฆษณา รายได้จากการรับชำระค่าบริการ และรายได้จากการขายสินค้า เพื่อความเป็น ผู้นำด้านช่องทางการชำระเงิน ที่จะช่วยผลักดันให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อทดลองตลาดและความแม่นยำเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานและตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากที่สุด?แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่องจากการมีธุรกิจที่หลากหลาย โดยบริษัทจะต้องบริหารจัดการสมดุลระหว่างการลงทุนและแหล่งเงินทุนอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาคุณภาพเครดิตของบริษัทเอาไว้สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET เริ่มอ่อนแรง SET ฟื้นตัวต่อจากปลายสัปดาห์ก่อน ด้วย Sentiment เชิงบวกภาวะตลาดต่างประเทศ รวมถึงแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มแบงก์ อย่างไรก็ตาม จากที่ช่วงนี้ ปัจจัยในประเทศ ยังไม่มีอะไรโดดเด่นนัก ทำให้ช่วงท้ายเริ่มมีแรงขายเข้ามาอีกครั้ง หลังช่วงเช้าขึ้นไปทำจุดสูงที่ 1520 จุด มาปิดตลาดที่ 1513.82 จุด +3.31 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.5 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และ ICT หนุนตลาด ปิดบวกกลุ่มละ +0.7% ส่วนพลังงานทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวก。

China’s goals in Central Asia appear largely economic, devoted to securing the region’s vast oil and natural gas wealth to fuel its booming economy.

China’s relations in the Asia-Pacific: Central Asia
Credit: Wikimedia Commons

When Tajikistan announced in January that it was giving some of its territory to neighbouring China, the news raised eyebrows around Central Asia. Not because the land itself was significant—it was just 1000 square kilometres of mountainous, uninhabited territory—but because it served as a symbol of what many Central Asians fear is a slow, steady takeover of their countries.

Over the last several years, China has dramatically increased its activities in the five ex-Soviet Central Asian states. It’s building roads and tunnels in Tajikistan, developing oil in Kazakhstan and constructing an 1,800-kilometer natural gas pipeline from Turkmenistan. Trade between China and Central Asia has increased from about $500 million in 1992 to $26 billion in 2009, according to official Chinese figures.

Thus far, China’s goals in Central Asia appear largely economic, devoted to securing the region’s vast oil and natural gas wealth to fuel its booming economy. The Turkmenistan-China pipeline went online in 2009 and will eventually transport 40 billion cubic metres of gas per year, with the possibility of further expansion. It joins a 2,200-kilometer oil pipeline from Kazakhstan, inaugurated in 2006, as the most visible manifestations of China’s energy ambitions in the region. But China has been active across the region, and over a wide variety of resources. It has made deals with Uzbekistan regarding uranium and natural gas, and also is mining for uranium in Kazakhstan and Kyrgyzstan. It’s helping Tajikistan build hydropower plants. And it’s building several rail lines from China to the region to help transport liquid natural gas and other resources back to China.

Although the relationship has been driven by economics, there are indications China may be growing more interested in the internal political affairs of Central Asian states. It has revitalized the Shanghai Cooperation Organisation, a regional security bloc that a few years ago appeared moribund. But China has been promoting the organization more in recent years, and in 2010 held a significant military exercise in Kazakhstan. And a US State Department cable, recently released by WikiLeaks, revealed that the United States believed that China was trying to bribe the government of Kyrgyzstan to evict it from the air base it operates in that country. China also has pressured governments in Central Asia to crack down on Uighur separatists and activists who operate in the region in an attempt to evade the heavy-handed Chinese state.

In getting involved in Central Asia, China joins two other major powers, the United States and Russia, in trying to carve out influence. And it has gained favour with regional governments, who in many cases resent Russia’s heavy-handed intervention and the United States’ hectoring on democratization and human rights. For them, China offers an attractive counterweight. Edil Baisalov, who was chief of staff to the president of Kyrgyzstan, is fond of telling an anecdote about his first meeting with the ambassadors of Russia and China to his country. He greeted the Chinese ambassador in Chinese, he told the Washington Post: ‘You should have seen the Russian’s face…It was my way of telling him this is the future.’

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

While Central Asia’s political leaders favour China’s no-strings-attached offers of aid and investment, as is often the case around the world, China’s intentions are regarded with much more suspicion among ordinary people. During protests in Kyrgyzstan in 2010, which led to the overthrow of that government, rioters appeared to target Chinese businesses in the capital, Bishkek, for looting. Earlier that year, protesters in Almaty, the largest city in Kazakhstan (which very rarely sees public protests) opposed a rumored deal that would allow Chinese farmers to lease land in Kazakhstan. And Chinese infrastructure projects can induce resentment among Central Asians, as they provide little local employment: Chinese companies tend to import workers from China.

A People’s Liberation Army General, Liu Yazhou, didn’t allay any such suspicions when he wrote in a Chinese magazine that Central Asia was ‘the thickest piece of cake given to the modern Chinese by the heavens.’

For now, though, public opinion means little in Central Asia, as almost all governments (with the exception of Kyrgyzstan) hold power unopposed. And as long as China gives them more investment and aid, the relationship should continue to grow.

Joshua Kucera is a freelance journalist based in Washington, D.C. He is a regular contributor to U.S. News and World Report, Slate and EurasiaNet.