The Debate

168slotxo joker: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ฟรี เครดิต 100 บาท,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านบาท หรือ 3.66 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.04 พันล้านบาท หรือ 2.80 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ กสทช. ประกาศหาผู้เช่าคลื่นวิทยุผ่านหน้าเว็บไซต์ กระทั่งทาง บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค มัลติมีเดีย จำกัด เห็นจึงเสนอเอกสารขอเข้าประมูล กระทั่ง กสทช. มีหนังสือเมื่อวันที่ 25 ก.ย.พิจารณาให้บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค มัลติมีเดีย ได้รับประมูลในวงเงินสูงสุด และมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงได้เซ็นสัญญาพร้อมจ่ายเงินค่าค้ำประกันกับ กสทช. ครบถ้วน、 บอร์ดตลท.เลือก ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นั่งประธานกรรมการตลท. ตั้งแต่ 30 ต.ค.โดยปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางที่มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีความยืดหยุ่นอย่างมีเหตุมีผล ขณะที่การดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินก็ต้องระมัดระวัง เพราะการแข่งขันในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะสถานการณ์ยังผันผวนทั้งนี้ แหล่งข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางสถานีสปริงนิวส์ เตรียมแถลงข่าวด่วนเพื่อเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าทีมงานจะรายงานให้ทราบในครั้งต่อไปนายภูมิชาย วัชรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MATCHเปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการเมืองถ่ายหนังครบวงจรภายใต้ชื่อโครงการบ้านใหม่ (New Home) มูลค่า 1,187 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4/59 ส่วนการที่รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอให้สนับสนุนเม็ดเงินจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ โดยการลดภาษีให้รวมสูงสุด 20% ให้เท่ากับประเทศอื่นๆในภูมิภาคนั้น เชื่อว่าจะดึงดูให้ต่างชาติกลับเข้ามาถ่ายภาพยนตร์ในไทยมากขึ้นล่าสุด DTAC เปิดให้บริการ 4G Calling /VoLTE (Voice over LTE)เป็นเจ้าแรกในไทยที่สามารถทำให้การใช้งานสัญญาณเสียงและอินเตอร์เน็ตบนมือถือใช้ได้พร้อมกันบนเครือข่าย 4G โดยจะทำให้การโทรได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจนและยังสามารถใช้งานวีดีโอคอลล์ด้วยภาพแบ HD คมขัดกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจทดลองใช้งานประมาณ 10,000 รายในสัปดาห์แรกที่เปิดให้บริการทั้งนี้ การซื้อขาย DW ในประเทศไทย มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในไตรมาส 3 ปี 2558 เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 58% มาที่ 1.49 พันล้านบาท จาก 946 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2558 ซึ่งการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่น่าจะเป็นผลมาจากความผันผวนในตลาดที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนได้รับประโยชน์ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง"live22 pig" สิ้นไตรมาส 3/58 หลักทรัพย์อ้างอิง DW ที่มีการเสนอขายมีจำนวนทั้งสิ้น 100 ตัว เพิ่มขึ้น 2 ตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบล.บัวหลวงมีจำนวน DW สูงสุดในระบบคิดเป็น 21.73% ของจำนวน DW ที่มีการซื้อขายทั้งหมด และมีจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงให้เลือกสูงสุดคิดเป็น 69% รวมทั้งมีส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมในไตรมาส 3/58 เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 46.6% และยังเป็นผู้ออกที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 41.3% เมื่อพิจารณาจากยอดการถือครอง DW โดยเฉลี่ยของนักลงทุน SET สัปดาห์หน้าผันผวน เกาะติดตัวเลขศก.ใน-นอกประเทศหลังจากที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจีน ทางแบงก์ชาติยังได้เพิ่มรายชื่อผู้กู้ยืมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการจัดสรรเงินกู้แบบ Pledged Supplementary Lending (PSL) ให้รวมถึงไชน่า เดเวลอปเมนต์ แบงก์, อะกริคัลเจอรัล เดเวลอปเมนต์ แบงก์ ออฟ ไชน่า และไชน่า เอ็กซิม แบงก์ เพื่อนำไปบูรณะเขตชุมชนแออัด โครงการอนุรักษ์น้ำ และโครงการเปิดสากลสกุลเงินหยวน ตลท.จับ NCL เข้ามาตรการสกัดหุ้นร้อน หลังราคาพุ่งแรงด้านหนึ่ง ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @Peerawat_KPP ได้มีการเผยแพร่เอกสารถึง น.ส.สุภิญญา โดยเป็นหนังสือจากสำนักงาน กสทช. ที่ สทช. 4012/30233 ลงวันที่ 25 ก.ย. 2558 เรื่อง การขอแบ่งเวลาเพื่อดำเนินการและรับจ้างผลิตรายการเพื่อออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ. ถึง กรรมการผู้จัดการบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค มัลติมีเดีย จำกัด อ้างถึง หนังสือแสดงความประสงค์ขอแบ่งเวลาเพื่อดำเนินการและรับจ้างผลิตรายการออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ. FM คลื่นความถี่ 98.50 MHz (กรุงเทพฯ) ลงวันที่ 14 กันยายน 2558 ลงนามโดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลจาธิการ กสทช.,สำหรับการรับแบบคำขอขายไฟฟ้า ผู้ที่สนใจสามารถขอรับแบบคำขอได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.58 เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานกกพ.หรือขอรับได้ด้วยตัวเองที่สำนักงานกกพ. ส่วนกลางหรือประจำเขตทั้ง 13 เขตทั่วประเทศ โดยมีกำหนดยื่นแบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 1-10 พ.ย.58 และภายในวันที่ 11 ธ.ค.58 กกพ.จะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ณ สำนักงานกกพ. และผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานกกพ. และในส่วนของการจับสลากกกพ.ได้กำหนดเป็นวันที่ 15 ธ.ค.58 ระหว่างเวลา 9.00-15.00 น. หลังจากนั้นจะประกาศรายชื่อโครงการที่ผ่านการพิจารณาในวันที่ 24 ธ.ค.58คำค้นNEWSสปริงนิวส์ บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ SPF มูลค่าสูงสุด 1.72 พันลบ. SET Index ปรับบวก 3.67 จุด (0.26%) ปิดภาคเช้าที่ 1,398.61 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,028.47 ลบ. โดย ก.ล.ต. ร่วมกับ ตลท. และไอโอดี ได้จัดทำคู่มือหรือแนวปฏิบัติในแต่ละเรื่องให้แก่บริษัทจดทะเบียน รวมทั้งริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อผลักดันการดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม อาทิ การปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในแบบ 56-1 และรายงานประจำปีที่เน้นเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น การส่งเสริมความรู้ประสบการณ์ให้แก่กรรมการตรวจสอบเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง การผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติเพื่อการต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนแนวรับ (1393)1390 แนวต้าน 1400-1405*。

โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือน ธ.ค.จะส่งผลให้ค่าเงินบาทสิ้นปีนี้อ่อนค่าลงแตะ 36.60-36.70 บาท/ดอลลาร์ จากประมาณการเดิม 35 บาท/ดอลลาร์ ส่วนปีหน้ามองกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 36.70-36.90 บาท/ดอลลาร์,ASK Trading buy ปิด: 18.4 แนวรับ: 18.3-18.0 แนวต้าน: 18.9-19.2 KTB ขานรับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ลดดอกเบี้ยบ้าน 5 ปีแรกภาวะการดำเนินงานของกลุ่มผู้ผลิตจีนยังคงย่ำแย่ลงในเดือนต.ค. แม้ว่าเป็นอัตราการลดลงที่ช้าสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่ธุรกิจใหม่ลดลงเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกล็อตใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีกครั้งสัญญาณเทคนิคนั้นหากพิจารณากราฟสัปดาห์ จะพบว่าราคาหุ้นได้ผ่านแนวน่ากังวลไปได้ทั้งหมดแล้ว โดยการฟอร์มตัวเป็น W-shape ชัดเจนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10+25 วันและ RSI เกิดสัญญาณซื้อแบบนี้วิ่งยาวมีเป้ากราฟได้ถึง 5 บาท สะสมกันซะ ซื้อแล้วถือไปสักพักน่าจะดีเลย รวมถึงคาดว่าจะจ่ายไฟเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์(SCOD)ได้ตามกำหนดภายในเดือน ก.ย.59 และมีเม็ดเงินลงทุนใหม่ไม่น้อยกว่า 3.6หมื่นล้านบาท มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 59 ให้ปรับตัวดีขึ้น ทางฝ่ายยังมีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะความคาดหวังจากแรงซื้อของกองทุน LTF/RMF ดังนั้นจึงมองการปรับลงเป็นโอกาสให้หาจังหวะเข้าซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว มองแนวรับ 1390, 1380 จุด โดยแนะนำให้ค่อยๆทยอยยกระดับการถือหุ้นเพิ่มมาที่ระดับ 60%ส่วนที่กรรมการ กสทช. บางคนที่ไม่ทราบเรื่องการประมูลคลื่นนั้น ไม่ทราบเหตุผล ยอมรับว่าการที่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ออกมาให้ข้อมูลส่งผลให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งมีแนวคิดว่าอาจจะฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.สุภิญญา,ฟรี เครดิต 100 บาท, สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 30 ต.ค.58หุ้นแนะนำเดือนพ.ย.เลือกหุ้นเข้าพอร์ตด้วยอาศัยแนวคิด bottom-upจากประเด็นต่อไปนี้ 1.เก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/58 แข็งแกร่งออกมาภายในกลางเดือนนี้ 2.ความคืบหน้าของผลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐ 3.หุ้นที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจท่องเที่ยงเนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในเดือนนี้ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโครงการ KGI รู้ลึก เทรดจริง กับ DW13 โดยเปิดให้นัลงทุนทุกโบรกเกอร์สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจากใน ปัจจุบัน DW ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ๆ แต่การอบรมให้ความรู้แก่นักลงทุนที่ผ่าน ๆ มายังไม่คลอบคลุมกลุ่มนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นมานี้ ซึ่งเป็นที่มาของโครงการ รู้ลึก เทรดจริง กับ DW13 เพื่อเปิดการอบรมให้กับนักลงทุนในวงกว้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้า KGI และสนับสนุนให้มีประสบการณ์ซื้อขาย DW จริง ด้วยเงินลงทุนจำนวนไม่มาก เพื่อสร้างวินัยในการเก็งกำไรซื้อขาย DW และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะตลาดในปีหน้าMC Trading buy ปิด 13.9 แนวรับ 13.7-13.3 แนวต้าน 14.3-14.7 สำหรับ DW บนดัชนีหลักทรัพย์ นั้นมีการซื้อขายมากกว่า 50% ของการซื้อขาย DW ในตลาดภูมิภาค โดยในสิงคโปร์มีการซื้อขายใกล้เคียง 80% จึงไม่เป็นที่ประหลาดใจสำหรับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขาย DW ดังกล่าว โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นการถาวร ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วคราว และคาดว่า SET50 DW จะยังคงมีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 50% ของการซื้อขาย DW ทั้งหมดในตลาดต่อไป57.00 61.00สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่เกิดปัญหาฟองสบู่ เนื่องจากมีปริมาณการก่อสร้างมากสูงกว่าความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการทำตลาดที่มีการลดแลกแจกแถม ส่วนเรื่องราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าขนส่ง โดยปีหน้าค่าเงินบาทเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 36 บาท/ดอลลาร์ยืน 1,398 ได้ ลุ้นทดสอบ 1,402/1,410ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ โดยดัชนีฮั่งเส็งลดลง 270.00 จุด หรือ 1.19% ปิดวันนี้ที่ 22,370.04 จุดเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หลังจีนเผยดัชนี PMI ที่อ่อนแอ ,คำแนะนำของ ASL ซื้อถือบางส่วน 1,385-1,382 หรือซื้อระยะสั้นเมื่อยืน 1,382 เท่านั้น สัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นหลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์ อิงค์รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐที่มีการใช้งาน ปรับตัวลดลง 16 แท่น สู่ระดับ 578 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน ขณะนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลดลงไปแล้ว 64% นับตั้งแต่พุ่งสูงสุดแตะ 1,609 แท่นในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันได้ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ราคาน้ำมันทรุดตัวลงในปีที่แล้ว ด้านเทรดเดอร์มองว่า จำนวนแท่นขุดเจาะที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนั้น บ่งชี้ว่าบริษัทพลังงานในสหรัฐยังคงปรับลดการใช้จ่าย อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ชะลอตัวลง。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.