The Debate

sure football tips: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

สล็อตทําเงินhd,ทั้งนี้ บางแคเป็นย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยที่สำคัญแห่งหนึ่ง และมีประชากรอยู่อาศัยมากที่สุดเป็นลำดับ 2 ของกรุงเทพฯ งานในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ของปี หลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการจัดงานที่ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาประเมินดัชนีมีแนวโน้มมีโอกาสอ่อนตัวลงในช่วงบ่าย จากแรงขายทำกำไรหลังการ Rebound ขึ้นของดัชนีกว่า 30 จุดในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางปัจจัยบวกจากความหวังต่อแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าทั้งนี้ ธุรกิจสายพานเหล็กลำเลียงถ่านหินเข้าสู่โรงไฟฟ้าแม้ปีนี้จะขาดทุน แต่มองว่าเป็นการซื้อประสบการณ์และโอกาสสำหรับอนาคต เพราะจากการประเมินความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า พบว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นทางเลือกที่ดีในลำดับต้นๆ และมีต้นทุนที่ถูกกว่าพลังงานทดแทน แม้จะถูกคัดค้านในปัจจุบัน ซึ่งยังคงเชื่อว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนการประเมินมูลค่างานต่อปีหลายพันล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดหวังจะมีรายได้ในส่วนดังกล่าวปีละไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล) 26 ส.ค.58 ได้แก่ เงินบาทแกว่งแคบ-ไร้ปัจจัยใหม่ กรอบพรุ่งนี้ 35.50-35.75ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.25% มาอยู่ที่ 4.6% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.25% เหลือ 1.75% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ นอกจากนั้นยังได้ปรับลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.ทั้งนี้ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 2-4 และ 12 มีความผิดให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 ให้จำคุกคนละ 18 ปี ส่วนจำเลยที่ 5, 8-11 และ 13-17 มีความผิดให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 ประกอบกฎหมายอาญามาตรา 86 ให้จำคุกคนละ 12 ปี สำหรับจำเลยที่ 18-27 มีความผิดให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 ประกอบกฎหมายอาญา มาตรา 86โดยบริษัทตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า 4G ปีนี้ให้ครอบคลุมประชากร 80-90% ของประชากรทั้งหมด หรือราว 2 ล้านราย จากปัจจุบันมีลูกค้าที่อยู่ในระบบ 4G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz อยู่จำนวน 1.7-1.8 ล้านราย ขณะที่ภาพรวมมีลูกค้าอยู่จำนวนทั้งสิ้น 23 ล้านราย แบ่งเป็นการใช้งานแบบรายเดือน 4.2 ล้านราย และตั้งเป้าบริการบรอดแบรนด์อินเตอร์เน็ตจะเข้าถึงครัวเรือนราว 10 ล้านครัวเรือนภายในปี 61 จากปัจจุบันอยู่ที่ 6 ล้านครัวเรือนแมคควอรี DW28 เผยถึงตลาด DW ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า Call DW ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังหุ้นและดัชนี SET50 ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภูมิภาค โดย SET50 DW ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมากทั้ง Call และ Put เช่น S5028C1510A และ S5028P1509C ในขณะที่ Call DW บนหุ้นรายตัว ได้รับความสนใจในหลายกลุ่ม โดย DW28 ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ KTB28C1512A PTT28C1601A และรวมทั้ง ITD28C1512A เป็นต้น คำค้นBTC บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320。 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสได้ช่วยคลายความวิตกประเด็นที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หรือไม่ ท่ามกลางความปั่นป่วนในตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ถูกสกัดไว้หลังจากนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ยังไม่เหมาะสมที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภาวะปั่นป่วนในตลาดโลกระยะนี้อนึ่งก่อนหน้านี้ บริษัทระบุว่า บริษัทพร้อมจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 3/58 นี้ โดยจะขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทRes 10.00-11.00 / Sup 9.40 หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร AOT (รมว.ท่องเที่ยวจะนำคณะเอกชนโรดโชว์จีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น 2-3 ก.ย., เป้าทางกลยุทธ์ 268-272 ตัดขาดทุน 260), CK (ได้ประโยชน์จากการเร่งงานโครงการภาครัฐ, เป้าทางกลยุทธ์ 27-28 ตัดขาดทุน 24.80)ตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทิศทางเดียวกับตลาดรอบบ้านที่ได้รับผลดีจากการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง +7.79 จุด มาที่ระดับ 1,331.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ระดับ 2.3 หมื่นล้านบาท,ทั้งนี้ ไทยออยล์ปรับกลยุทธ์ดังกล่าวภายหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก จากปริมาณการผลิตที่ล้นตลาด รวมถึงตลาดมีความกังวลต่อความต้องการใช้น้ำมันจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบ ดูไบ เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลต่ำสุดในรอบประมาณ 6 ปี นายจูกล่าวว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการขยายตัวประกอบด้วย อุปสงค์มหาศาลภายในประเทศ อุตสาหกรรมการบริการที่ขยายตัวขึ้น และความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดำเนินการปฏิรูปแนวต้าน : 7.49 และ 7.60 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้านั้น ในส่วนของการเติมเงินให้กับเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าจะดำเนินการผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน ขณะเดียวกันจะเสนอแนวทางเพิ่มแรงจูงใจเพื่อดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น พร้อมเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นได้ใน 3 เดือน。

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.58 บริษัทและบริษัทร่วมกับได้ตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเป็นที่เรียบร้อย และได้ชำระหนี้ให้กับธนาคารฯเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 227,000,000 บาท รวมถึงชำระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 279,977 บาท จนเสร็จสิ้น และได้รับการปลดหนี้ทุกบริษัททุกกรณี รวมทั้งปลดภาระค้ำประกันเรือของ PED ในวันเดียวกันระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 17.30-18.60 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 17.20 บาทสัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆการแข็งค่าของดอลลาร์ได้สกัดปัจจัยบวกจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 ส.ค.ลดลง 5.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 450.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในช่วง 1 สัปดาห์นับตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรลทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นความพยายามที่จะบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหุ้น และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การฟ้องร้องของบริษัทต่างประเทศก็เกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องด้วยคนไทยมีความนิยมชมชอบชาวต่างชาติ อีกทั้งปัญหาทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทยน้อยมาก แต่อาจจะได้รับผลจากการไม่ต่อเนื่องของรัฐบาลที่อาจเป็นสาเหตุให้มีการปรับเปลี่ยนนโนบาย ทำให้การดำเนินงานในหลายภาคส่วนเกิดความล่าช้าบ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจที่เป็นโจทย์ในการแก่ไขของรัฐบาลต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมแก่การลงทุนจากการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน จะเริ่มดำเนินงานโรงงานใหม่ที่เกาะกง ในช่วงเดือนก.ย. 58 โดยโรงงานดังกล่าวจะผลิตเพื่อรองรับความต้องการสินค้าในประเทศกัมพูชา ซึ่งบริษัทได้เช่าโรงงานเพื่อผลิตก่อนหน้านี้, มองผลการดำเนินงานฟื้นตัวในปี 59 โดยมีคาดการณ์การเติบโตกำไรต่อหุ้นที่ 15% YoY ซึ่งมีแรงสนับสนุนหลักมาจาก SAMTEL ที่มี Backlog แข็งแกร่งสำหรับความคืบหน้าในการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นลองเรสซิดิว(long residue) เพื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์น้ำมันเตามาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันใสที่มีมูลค่าเพิ่ม และการขยายกำลังการกลั่นน้ำมันเป็น 4 แสนบาร์เรล/วัน จาก 2.75 แสนบาร์เรล/วันในปัจจุบันนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปในราวเดือนพ.ย.59 ก่อนจะตัดสินใจลงทุนต่อไป โดยหากตัดสินใจลงทุนก็คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในช่วงปลายปี 64,PTT ปิดที่ 252.00 บาท เพิ่มขึ้น 12.00 บาท、365 sports betting、ขณะเดียวกัน ข้อมูลบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐยังช่วยหนุนสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นด้วย โดยผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 101.5 ในเดือนส.ค. จากระดับ 91.0 ในเดือนก.ค. ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นเดือนส.ค.ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 93.8 ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 5.4% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 507,000 ยูนิต ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ,การนำสินค้าเกษตรมาใช้เป็นวัตถุดิบทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร สร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สร้างงานใหม่และเพิ่มความมั่นคงทางแรงงาน หากสามารถผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมชีวภาพขึ้นในประเทศได้ จะทำให้มีการลงทุนในประเทศกว่า 1 แสนล้านบาท สำหรับการลงทุนในระยะที่ 1 และก่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย แต่ยังมีข้อจำกัดคือประเทศไทยไม่ใช่ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ดังนั้นนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ เพื่อดึงดูดผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีชีวภาพ ให้เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศ และกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์ จึงเป็นสิ่งสำคัญKBNAK มูลค่าการซื้อขาย 2,219.41 ล้านบาท ปิดที่ 167.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาทนอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนหลังจากผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 101.5 ในเดือนส.ค. จากระดับ 91.0 ในเดือนก.ค. ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นเดือนส.ค.ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 93.8 นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยในช่วงค่ำวันนี้ตามเวลาไทยอย่างไรก็ตาม ภายในเดือน ส.ค.นี้บริษัทมีแผนที่จะ COD ทั้งหมด 3 โครงการ และทยอย COD ต่อเนื่องตลอดเดือน ก.ย.และ ต.ค.ให้มียอด COD อยู่ที่ 139.6 เมกะวัตต์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ณ เวลา 11.34 น.อยู่ที่ 18.30 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.23% สูงสุดที่ 18.30 บาท ต่ำสุดที่ 17.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1.01 พันล้านบาท, ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรระยะสั้นที่ 1.90 บาท ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 2% จากทุนสัญญาทองคำได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้น 1.13% แตะที่ 95.03 เมื่อคืนนี้ ซึ่งการแข็งค่าของดอลลาร์จะทำให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ PPS พุ่งชนซิลลิ่ง 29.03% คาดรับผลบวกโครงการเมกะโปรเจกต์จากภาครัฐล่าสุดเวลา 07.50 น.ได้ทยอยนำขบวนรถไฟฟ้าเข้าสู่ระบบริการครบทั้ง 30 ขบวนแล้วซึ่งจะทำให้ความถี่ในการให้บริการเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยเมื่อเวลา 08:07 น. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSแจ้งว่า จะเร่งรีบนำขบวนรถเปล่ามารับ ผู้โดยสารตกค้างตามสถานี ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิด ผู้โดยสารล้น สถานีทุกสถานี。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.