Features | Society | Southeast Asia

king168 ฟรี เครดิต: Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014

สล็อต 1234 joker,-MEGA สรุปดีลร่วมทุนผลิตยาในอินโดฯ คาดรายได้-กำไรปีนี้โตเกินเป้าอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะผู้นำของบริษัท ตลอดจนผลงานที่ได้รับการยอมรับในตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร รวมถึงความหลากหลายของสินค้า อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนในระดับสูงจากการขยายโครงการทั้งที่เป็นของบริษัทเองและจากโครงการร่วมทุน ทั้งนี้ การประเมินอันดับเครดิตยังคำนึงถึงลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลงและมีการแข่งขันสูง ตลอดจนความกังวลในการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ และระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง、*KTC แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ย.) มองดัชนีมีทิศทางที่จะแกว่งออกด้านข้าง พร้อมให้ระวังการปรับฐานของตลาดต่างประเทศ โดยให้แนวรับ 1,360 จุด ส่วนแนวต้าน 1,380-1,385 จุด หุ้นแนะนำ: AOT (ได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามามากขึ้น หากสถานการณ์ความปลอดภัยในประเทศสู่สภาวะปกติ, เป้าทางกลยุทธ์ 280 ตัดขาดทุน 262) และ CENTEL (ฝ่ายวิจัยปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นสู่ 41 บาทมี Upside 16%, เป้าทางกลยุทธ์ 37.25-38.00 และ 40.00 ตัดขาดทุน 33.50)ขณะที่มั่นใจว่าปริมาณการขายถังแก๊สจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 4.67 ล้านใบ หรือเติบโต 15-20% จากปีก่อน เป็นผลจากความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) ดีขึ้นต่อเนื่องจากราคา LPG ที่ลดลง ทำให้ปริมาณการใช้ถังบรรจุขยายตัวตามไปด้วย แต่ในส่วนรายได้คงจะทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3.4 พันล้านบาท โดยคาดว่ารายได้ปีนี้คงจะอยู่ที่ราว 3 พันล้านบาทใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากราคาขายที่ลดลง ส่งผลให้ราคาขายต่อหน่วยลดลง อย่างไรก็ตามบริษัทยังตั้งเป้าหมายที่จะมีอัตรากำไรสุทธิในปีนี้มากกว่าปีก่อนที่ 9.17% ขณะที่คาดว่าการเปิดประมูล 4G ในช่วงปลายปีจะเป็นข่าวบวกต่อโอกาสได้งานด้านโทรคมนาคมในอนาคต โดยปัจจุบันมี งานในมืออยู่สูงราว 1.3 พันล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้า รายได้ปีนี้ที่ 4.8-5 พันล้านบาท หรือเติบโต 20-25% แนวรับ 4.66/4.50 แนวต้าน 4.88/5 บาท คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่า รัฐบาลจีนเตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมตามท่าเรือ ด่านศุลกากรและด่านกักสินค้า เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ พร้อมระงับการเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้อิงตามกฎหมายก่อนสิ้นปีนี้แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ย.) มองดัชนีมีทิศทางที่จะแกว่งออกด้านข้าง พร้อมให้ระวังการปรับฐานของตลาดต่างประเทศ โดยให้แนวรับ 1,360 จุด ส่วนแนวต้าน 1,380-1,385 จุดสำหรับการเตรียมพร้อมรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ในส่วนของธุรกิจชิปปิ้ง บริษัทฯ จะยังคงใช้นโยบายควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ประกอบกับบริหารกองเรือให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเน้นบริการขนส่งสินค้าเทกองในเส้นทางการค้ายุทธศาสตร์ ที่จะให้ผลกำไรสูงกว่าเส้นทางอื่นๆ、แนวต้าน : 3.00, 3.30 อย่างไรก็ดีคาดว่า ความเชื่อมั่นอาจจะเริ่มฟื้นตัวบ้างหลังคดีระเบิดเริ่มมีความคืบหน้า จากคำชี้แจงของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พบว่ายอดจองโปรแกรมท่องเที่ยวยังเติบโตได้ 20%y-y นอกจากนี้หลังครม.ชุดใหม่นำเสนอมาตรการทางเศรษฐกิจระยะสั้น 1.3 แสนล้านบาท น่าจะช่วยคืนความเชื่อมั่นในระยะสั้นได้บ้างทั้งนี้ JTS เป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JASในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน โดยบริษัทดำเนินธุรกิจจัดหา ออกแบบ และวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (System Integrator) พร้อมทั้งให้บริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการโทรคมนาคมในด้านต่างๆ และทำธุรกิจบริการเกี่ยวกับการจัดให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation : USO),ส่วนการลงทุนในปีนี้บริษัทตั้งไว้ที่ประมาณ 1.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นใช้ในการขยายกำลังผลิตธุรกิจเมลามีนภายในประเทศประมาณ 500 ล้านบาท และใช้ในการลงทุนขยายธุรกิจในต่างประเทศประมาณ 1 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบลงทุนในเวียดนาม 650 ล้านบาท สำหรับปี 59 คาดว่าปีหน้าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาททั้งนี้มองว่า หุ้นบริษัทหนึ่งที่มีโอกาสได้รับประโยชน์เช่นกัน คือ SAMART ( ซื้อ , มูลค่าเหมาะสม 24.50 บาท) เนื่องจาก SAMART มีบริษัทลูกคือ บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) เคยรับงานและติดตั้งอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แล้ว เมื่อมีงานโครงการใหม่ๆ ของ กฟน. คาดว่าเทด้า ก็น่าจะมีโอกาสได้งานด้วย เพราะ กฟน. เป็นลูกค้าเดิมอยู่แล้ว สำหรับ 8 จุด ที่จะมีการปิดการจราจรด้านตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบทั้งในแดนบวกและลบ ยกเว้นตลาดฮ่องกงที่ปรับตัวลงมาก ด้านตลาดยุโรปเทรดในช่วงบ่ายนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบในลักษณะทรงตัว ส่วนปัจจัยนอกประเทศ พรุ่งนี้มีการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันพรุ่งนี้ แต่คงไม่มีเรื่องให้ตื่นเต้น และในวันศุกร์มีตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ แต่ส่วนใหญ่ยังมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.มากกว่าเดือน ก.ย.ราคาปิด 52.25 แนวรับ 51-50 , 49-48 แนวต้าน 52.50-53.50。

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านหยวน หรือ 2.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านทางข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) อายุ 7 วัน เพื่อบรรเทาภาวะสภาพคล่องตึงตัวAOT แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน บล.ธนชาต มองเป็นโอกาส ซื้อ CPALL HMPRO GLOBAL KTC กลุ่มค้าปลีกหลัง ครม.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่ การเจรจาเข้าถือหุ้น หรือซื้อโรงไฟฟ้าไบโอแมส 2 โรง กำลังการผลิต 20 MW, ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ กำลังการผลิต 5 MW ที่จะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 18-20 เดือน มีมูลค่าการลงทุนราว 600 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะจะสรุปภายในเดือนก.ย. นี้ โดยหากได้ข้อสรุป และเข้าซื้อกิจการแล้วก็จะสามารถรับรู้รายได้ทันทีในปีนี่ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาโรงไฟฟ้าไบโอแมสอีก 2-3 โรง กำลังการผลิต 20-30 MW ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 59อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคาดว่าทั้งปีนี้จะทำกำไรสุทธิได้ แม้ครึ่งปีแรกจะมีผลขาดทุนสุทธิ 48.19 ล้านบาท หากราคาเหล็กในช่วงครึ่งปีหลังไม่ลดลงไปอีกไม่ถึง 10% จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ 16 บาท/กิโลกรัม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาเหล็กอยู่ที่ 22.50 บาท/กิโลกรัม ขณะที่บริษัทสามารถบริหารจัดระบบสินค้าคงคลังได้ดีขึ้นด้วย,คำแนะนำ : ราคาหุ้นปิดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นยืนใต้ระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันหลังจากพักตัว 2 วัน มีวอลุ่มเด่น 3 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรได้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารกลางจีนเตรียมควบคุมการเก็งกำไรค่าเงิน ด้วยการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ที่ซื้อและขายเงินหยวนในตลาดฟอร์เวิร์ดให้กับลูกค้านั้น จะต้องกันเงินสำรองไว้กับธนาคารกลางจีนในสัดส่วน 20% ของมูลค่าการซื้อขาย โดยเงินสำรองส่วนนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ 0% เป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.เป็นต้นไปนายรพี กล่าวว่า การส่งเสริมการระดมทุนและการลงทุนข้ามพรมแดนเป็นไปตามแผนปฏิบัติการเชื่อมโยงตลาดทุนอาเซียน (ACMF Implementation Plan) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ที่มุ่งสร้างความน่าสนใจให้แก่ตลาดทุนอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการระดมทุน และความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นในการประชุมหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียน หรือ ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) ครั้งที่ 23 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียหุ้นที่คาดว่าจะได้ผลบวกโครงการย้ายสายไฟฟ้าลงดินมูลค่า 1.43 แสนล้านบาท ได้แก่ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO, บริษัท จรุงไทยไวร์แอนด์เคเบิ้ล จำกัด (มหาชน)หรือ CTW, บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ CSS, บริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)หรือ ARROW, จีนเตรียมปิดตลาดหุ้น 3-4 ก.ย.นี้ นักวิเคราะห์มองเป็นข่าวดีต่อนักลงทุนทั่วโลก,NCL (2.26 บาท)แต่ BTS ก็ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจคือ ปี 58-59 อัตราผลตอบแทนปันผลสูงปีสุดท้ายเป็น 6.9% ปี 59-60 คาดว่าจะได้งานบริหารเดินรถไฟฟ้าหลายสายที่ล่าช้ามาจากปีนี้ และเริ่มบันทึกรายได้และกำไรเป็นจำนวนมากจากธุรกิจร่วมทุนทำคอนโดกับ SIRI ตั้งแต่ปี 60-61ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะหุ้น รฟม.-BMCL จ่อเปิดทดสอบเดินรถสายสีม่วงปลายปีก่อนบริการเต็มรูปแบบ ส.ค.59สำหรับ DW28 ที่เกี่ยวข้องได้แก่ S5028C1510A S5028P1509C และ S5028P1510B ซึ่งทั้ง 3 รุ่นมีวอลุ่มเทรดรวมกันกว่า 480 ล้านหน่วย ส่วนทางด้าน DW บนหุ้นรายตัว วอลุ่มลดลงในกลุ่ม DW หุ้นพลังงานและธนาคาร หลังจากที่หุ้นอ้างอิงแกว่งตัวในกรอบแคบ ขณะที่ DW บนหุ้นขนาดกลางปรับตัวขึ้นโดดเด่นจากการที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น เช่น SAMA28C1601A +18.4% และ BH28C1603A +13.7% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +4.2% และ +5.3% ตามลำดับเนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบโลก ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในส่วนพลังงานปรับลดลงอย่างมาก ขณะที่ราคาอาหารสดปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจึงทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงด้านกราฟจะเห็นว่าราคาหุ้นนั้น bottom สุดๆ ควมเสี่ยงในการปรับตัวลงจากนี้ถือว่าต่ำมาก ขณะที่ MACD มี Divergence รองรับอยู่แล้วจะทำให้ราคาหุ้นค่อยๆ ฟื้นตัวหรือกระชากแรงก็สุดแท้แต่ โดยแท่งเทียนเกิดรูปชายธง แสดงว่ากำลังจะไปข้างหน้าแล้วนั่นเองด้านสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปัจจุบันของธนาคารได้ลดลงต่ำกว่าครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามธนาคารตั้งเป้า NPL ในปีนี้ให้อยู่ในระดับ 6%,แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถส่งมอบยอดขายที่รอการรับรู้รายได้ได้ตามแผน อีกทั้งจะรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานเอาไว้ได้ที่ระดับประมาณ 12%-15% ในอีก 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ บริษัทควรรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุน (รวมเงินกู้จากกิจการร่วมค้าตามสัดส่วน) ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 65% หรืออัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่น้อยกว่า 2 เท่า PAP ลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือต่ำกว่าปีก่อน แต่คาดทั้งปีมีกำไรแม้ H1 ขาดทุน,สำหรับผลประกอบการปีนี้คาดว่า จะสามารถพลิกกลับมากำไรได้ จากปีก่อนมีผลขาดทุนอยู่ที่ 250.78 ล้านบาท และครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีผลขาดทุนอยู่ 125.24 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นไปตามการรับรู้รายได้ในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ปัจจุบันทั้งหมดทั้งนี้ตลาดหุ้นเอเชียได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากมาร์กิตรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ลดลงแตะ 47.3 ในเดือนส.ค. จาก 47.8 ในเดือนก.ค. นับเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันที่ดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2558 อัตราจ่ายเป็นเงินสด 0.10 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 14 ก.ย. 2558 ทั้งนี้ กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 29 ก.ย. 2558。

From Thai turmoil to ASEAN integration, it promises to be an interesting year for the region.

Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014
Credit: REUTERS/Athit Perawongmetha

As we move into 2014, it is useful not only to reflect on what happened in 2013, but to project what some of the key developments in 2014 might be. As I did last year, I have attempted to articulate the top 10 trends in Southeast Asia to watch for during the rest of the year.

1. What will the “great power” game in Southeast Asia look like? While Southeast Asian leaders publicly insist that they prefer good relations with all major powers, the competitive dynamics of regional engagement are a reality that few would contest, not least between the United States and China. In 2013, U.S. President Barack Obama’s last-minute decision to cancel his Asia trip in November amid the government shutdown paved the way for skeptics to question America’s commitment to the region and for Beijing to steal the show (though I’ve argued that this narrative is overly simplistic). In 2014, questions about the sustainability of the U.S. pivot to Asia, including the future of the Trans-Pacific Partnership (TPP), will continue to linger, and worries about the future direction of China’s new regional strategy unveiled late last year are likely to remain.

2. Continuity or change in the South China Sea? As I said in last year’s list, it’s difficult to exclude the South China Sea from a list of this sort. Prospects for a rules-based solution to contentious disputes remain dim given China’s recent documented foot-dragging on a code of conduct with ASEAN, as well as its “punishment” of the Philippines for trying to resolve the issue through the United Nations, a process which will move forward with a formal statement submission by Manila in March despite Beijing’s refusal to participate. China’s deployment of its aircraft carrier the Liaoning into the South China Sea recently, along with the setting up of an air defense identification zone (ADIZ) over the East China Sea (which some believe could be replicated in the South China Sea in 2014), suggest there is good reason to expect more sporadic saber-rattling or verbal sparring could be on the cards in 2014.

3. How will Southeast Asian economies fare? 2013 ended on a negative note for Southeast Asian economies as the Asian Development Bank (ADB) slightly lowered its regional growth forecast for 2014 to 5.2 percent due to the devastating typhoon that hit the Philippines and continued political turmoil in Thailand. While the 2014 outlook will hinge partly on trends within the region, developments in major economies will also loom large, such as the pace of the recovery in Europe, reduced monetary stimulus in the United States, and potential growth challenges in India, China and Japan.

4. Whither regional integration? Aside from economic performance, as we move closer to 2015, observers may grow increasingly nervous about whether ASEAN can achieve its goal of regional economic integration by the end of 2015. Beyond the deadline per se, the ADB recently warned of significant constraints to realizing the so-called ASEAN Economic Community (AEC) itself, including the fact that only 55 percent of businesses interviewed in the region were even aware of it along with other obstacles like contrasting government regulations and inadequate infrastructure. Failure to move in the right direction on this in 2014 could dent the hopes of those who see ASEAN as the hub for broader regional integration in East Asia as well as a unified economic force in the longer term.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

5. Can ASEAN progress on human rights? While Southeast Asia is no stranger to human rights abuses, there has been some notable, albeit glacial progress in this field at the regional level with the establishment of the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights (AICHR) in 2009. This year will bring the first five-year review of the body’s terms of reference, and rights groups have urged ASEAN member states to ensure that the body has a stronger mandate and engages civil society organizations in a more robust manner. It will be a marker for how seriously governments in the region view human rights.

6. Will ASEAN and Australia walk the walk? ASEAN conducts annual meetings with 10 key countries it calls “dialogue partners.” While the anniversaries of these dialogue partnerships are often accompanied by the usual pomp and circumstance, they also sometimes serve as opportunities to move key relationships forward, as they did for ASEAN and Japan in 2013 and ASEAN and India in 2012. Will we see something similar with ASEAN’s oldest dialogue partner Australia in 2014 as the two sides commemorate 40 years of ties?

7. Can Myanmar reform and lead? Turning to individual countries, Myanmar already faces daunting challenges on its path to reform. Next year’s calendar will be packed with key domestic events, including its first major population census in two decades and preparations for elections scheduled for 2015. But 2014 will also require Naypyidaw to juggle domestic reforms with regional leadership as Myanmar assumes the rotating annual chairmanship of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) for the first time since it joined the organization in 1997. While the country has had some time to plan for this, the sheer logistics of hosting hundreds of meetings will not be easy, not to mention handling knotty issues like the South China Sea.

8. What will elections in Indonesia bring? Indonesia, Southeast Asia’s largest economy and the world’s third largest democracy, will hold both parliamentary and presidential elections in April and July 2014 respectively. After a decade under President Susilo Bambang Yudhoyono’s stewardship, the world will be watching closely to see who will emerge as Indonesia’s next leader as it is a key emerging economy which plays an important leadership role in Southeast Asia. Recent polls suggest that the clear frontrunner is Jakarta governor Joko Widodo, aka Jokowi, although he is yet to officially declare his intention to run.

9. Will Thailand resolve its political turmoil? Another round of Thailand’s all-too-familiar partisan politics has been playing out on the streets of Bangkok over the last several weeks, with tens of thousands of demonstrators led by former deputy prime minister Suthep Thaugsuban threatening to unseat Prime Minister Yingluck Shinawatra, the sister of the controversial and now exiled ex-prime minister Thaksin Shinawatra who was deposed in a 2006 military coup. There are already worries that the current turmoil could extend up to February 2014, and that the fresh election to be held then may not even occur or will be postponed. And even close observers of Thai politics fear that another military coup or escalating political violence could result if this continues with no end in sight.

10. What will the endgame in Cambodia be? While such turmoil is commonplace in Thailand, neighboring Cambodia has seen unprecedented protests with tens of thousands of people marching through the streets and demanding that their authoritarian prime minister Hun Sen quit after more than three decades in power. The protests come after Hun Sen’s party claimed victory in July 2013 elections and proceeded to form a government despite concerns by the opposition (and some independent monitoring organizations) that the elections were deeply flawed. The protests have recently expanded to include workers from the country’s garment industry, its biggest export earner. While few expect the tough Hun Sen to give in without a fight after governing for so long with an iron fist, sustained, peaceful protests of this scale will require some sort of resolution should they continue unabated.

While this list is far from comprehensive, it does get at some of the key things to watch for in Southeast Asia during an exciting year. From country-specific developments to region-wide ones, in the fields of security, economics, or even human rights, 2014 will be an interesting one for those watching.

Prashanth Parameswaran is a PhD candidate in international relations at the?Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University?and a non-resident WSD-Handa fellow at CSIS Pacific Forum. You can read his blog?The Asianist?at and follow him on Twitter at?@TheAsianist