Flashpoints | Security | Southeast Asia

โปรโมชั่น m88 ปิดปรับปรุง 2561: Why Vietnam Needs to Adopt a Biological Defense Strategy

วิเคราะห์บอล8888,สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน) หรือ SR ได้ยื่น Filing version แรกเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 เนื่องจากบริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 75 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% จำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้และมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) โดยมี บล. อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน TEAM เบนเข็มธุรกิจ จูบปาก Trina Solar นำเข้าแผงรับแสงอาทิตย์、ด้วยปรากฎข้อเท็จจริงว่าที่ผ่านมา กรรมการกสทช. 2 ท่าน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ได้ออกมาให้ข่าวทางสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.จะมีการประชุมชี้ขาดในวันที่ 23 มีนาคม 2558 ในลักษณะที่ผู้รับข่าวสารอาจเข้าใจได้ว่าบริษัท ได้มีการกระทำอันเป็นการขัดต่อประกาศ กสทช.ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลโทรทัศน์ดิจิตอล และแม้ว่าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. จะมีมติในวันที่ 23 มีนาคม 2558 และรับรองมติในวันที่ 30 มีนาคม 2558ทั้งนี้ หากกรีซสามารถยื่นแผนปฏิรูปเศรษฐกิจที่กลุ่มประเทศเจ้าหนี้ให้การอนุมัติภายในสิ้นเดือนนี้ กรีซก็จะได้รับเงินกู้ 7.2 พันล้านยูโร ก่อนที่มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย., หุ้นเข้า SET50 (17 เม.ย.58): SET50 (+) BA BLA ITD SUPER TPIPL / (-) BAY BDMS BJC KTIS SPALI VGIทั้งนี้หุ้น PRECHA ถูกซื้อเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ปลายไตรมาสที่ 4/58 ต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1/58 โดยมีราคาเฉลี่ยที่ประมาณ 3.5 บาท ซึ่งคาดว่ากลุ่มนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ ได้เข้าซื้อหุ้น PRECHA ไปแล้วกว่า 15% และหลังจากรวมหุ้นที่ซื้อจากผู้ถือหุ้นใหญ่ในครั้งนี้จะส่งผลให้กลุ่มนารายณ์มีหุ้น PRECHA ในมือราว 55%ด้วยปรากฎข้อเท็จจริงว่าที่ผ่านมา กรรมการกสทช. 2 ท่าน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ได้ออกมาให้ข่าวทางสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.จะมีการประชุมชี้ขาดในวันที่ 23 มีนาคม 2558 ในลักษณะที่ผู้รับข่าวสารอาจเข้าใจได้ว่าบริษัท ได้มีการกระทำอันเป็นการขัดต่อประกาศ กสทช.ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลโทรทัศน์ดิจิตอล และแม้ว่าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. จะมีมติในวันที่ 23 มีนาคม 2558 และรับรองมติในวันที่ 30 มีนาคม 2558TLUXE ราคาปิด 6.10บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ (22 เม.ย.) ว่า แนะนำ Buy ICHI ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท/หุ้น โดยมองราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับลดลงมาซื้อขายที่ระดับ 21.5 เท่า P/E 58 เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนและมองว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยการซื้อขายในอดีตของ ICHI ที่ระดับ 30 เท่าทั้งนี้ กำหนดให้วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 เป็นวันให้สิทธิผู้ถือหุ้นเพื่อรับเงินปันผล (Record Date) และกำหนดให้วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 เป็นวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 29 เม.ย. 2558。 นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนเม.ย., ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค. และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี.ค.PICO (2.44 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 2.60; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 2.40KTB (XD) มูลค่าการซื้อขาย 2,361.20 ล้านบาท ปิดที่ 21.80 บาท ลดลง 1.10 บาทดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.2% แตะระดับ 152.57 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียวขณะที่ หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ว่า ไม่ถือว่าอยู่ในระดับสูง ซึ่งธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งต่างดูแลในส่วนนี้อยู่แล้ว ประกอบกับเป้าหมายในการขยายสินเชื่อก็ไม่อยู่ในระดับที่สูงเกินไป มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของธนาคาร เพราะจากผลประกอบการที่ผ่านมาแต่ละธนาคารก็มีผลกำไรดี ประกอบกับ ธปท.ได้สั่งให้มีการกันสำรองไว้ค่อนข้างสูงขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในสัปดาห์หน้า หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดได้ออกมาส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวเมื่อวานนี้ว่า การปรับตัวของเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยตัดสินว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ขณะที่เขาคาดว่าจะมีการปรับขึ้นในปีนี้ , ตลอดช่วงสัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าของการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็นจาก สปช. เพราะมีการปรับรายละเอียดบางจุดที่เปราะบางต่อความเห็นที่หลากหลาย อาทิประเด็นที่มาและอำนาจ สว.ทั้งนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยได้กันสำรองจำนวน 3,724 ล้านบาท เพื่อให้เหมาะสมกับฐานสินเชื่อ และสร้างความแข็งแกร่งของระดับเงินสำรอง ตามเกณฑ์ความระมัดระวังและรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ธนาคารมีเงินกองทุนรวมจำนวน 273,044 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.15 ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง ซึ่งคำนวณตามหลักเกณฑ์ Basel III ของธนาคารแห่งประเทศไทย ระหว่างวันเงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ในทิศทางอ่อนค่า หลังมีแรงซื้อดอลลาร์กลับมา นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่ประมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 32.35-32.45 บาท/ดอลลาร์ทั้งนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยได้กันสำรองจำนวน 3,724 ล้านบาท เพื่อให้เหมาะสมกับฐานสินเชื่อ และสร้างความแข็งแกร่งของระดับเงินสำรอง ตามเกณฑ์ความระมัดระวังและรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ธนาคารมีเงินกองทุนรวมจำนวน 273,044 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.15 ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง ซึ่งคำนวณตามหลักเกณฑ์ Basel III ของธนาคารแห่งประเทศไทย。

ฮั่งเส็งปิดเช้าบวก 78.48 จุด จากคาดการณ์จีนกระตุ้นศก.อย่างไรก็ตามภาวะโดยรวมของตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ดีจากปัจจัยสนับสนุนด้านมาตรการ QE ทั้งจากยุโรปและญี่ปุ่น แต่ก็มีการคาดหมายมีโอกาสที่กำไรสุทธิของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ อาจถูกปรับลดประมาณการลงหลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยออกมาไม่ดีมากนัก แต่ยังเชื่อว่าอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ/หุ้น(EPS growth) ของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยการปรับตัวขึ้นของ EPS growth ในปีนี้ส่วนหนึ่งมาจากการปรับลดลงของ EPS ตลาดหุ้นไทยในปี 57 จากการถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงปลายปี 57,ราคาหุ้นแกว่งตัว Sideways มาพักใหญ่หลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องในช่วงต้นปี ล่าสุดวานนี้เริ่มมีจังหวะดีดตัวขึ้นแรงอีกครั้งและปิดเหนือแนวเส้นต้นทุนค่าเฉลี่ยได้ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นขึ้น ขณะที่ Indicator ก็สนับสนุน น่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ High เดิมและทะลุผ่าน จึงแนะนำเป็นหุ้นเก็งกำไร (ขึ้น [email protected] บ.วันที่ 27 เม.ย.)、ลงทะเบียนฟรี sbobet เล่นฟรี、อนึ่ง สาเหตุที่คาดว่าส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งแรงวานนี้คาดว่ามาจากประเด็นมีข่าวลือว่า กลุ่มนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในประเทศไทยที่มีทุนจดทะเบียน 1,500 ล้านบาท อยู่ในระหว่างเตรียมการเข้าซื้อหุ้นบริษัท ปรีชากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRECHA จากผู้ถือหุ้นใหญ่รวมกันกว่า 40% ในราคาเฉลี่ย 4 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าสวมกิจการเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ดีคาดว่ากลุ่มนารายณ์จะทำการ Tender offer หลังจากที่ทำการซื้อหุ้นสำเร็จ,นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสนใจที่จะเข้าไปร่วมลงทุนกับกฟผ. ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกวางจิในเวียดนาม ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าในปี 64 นั้น ซึ่งล่าสุดคาดว่า กฟผ.จะเปิดประมูลทั่วไปให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนเพื่อทำโครงการดังกล่าวด้วย,ฝ่ายวิเคราะห์ บล. เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้น TH ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 2.60-2.68 บาท แนวต้าน 2.80 // 2.98 บาทบล.แมคควอรี เปิดเผยว่า DW บนหุ้น TPIPL วอลุ่มนำตลาดวานนี้ หลังจากราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้นในระหว่างวัน ส่งผลให้นักลงทุนให้ความสนใจซื้อขายในระยะสั้นๆ ตัวอย่าง DW28 เช่น TPIP28C1509A ซึ่งเคลื่อนไหวในกรอบ 0.34-0.37 บาท ขณะที่หุ้นอ้างอิงเคลื่อนไหวในกรอบ 2.94-3.02 บาท อย่างไรก็ตาม นอกจาก DW ดังกล่าวแล้ว นักลงทุนยังให้ความสนใจ DW ในหลายกลุ่ม จากความผันผวนของหุ้นอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง สรุป SET100 (ภาคเช้า) GLOBAL บวกสูงสุด 3.68%、สำหรับมาตรการสินเชื่อ Nano-Finance ดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนและธุรกิจ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ใช้บริการหนี้นอกระบบ 6 แสนครัวเรือน และที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินใด ๆ เลยเป็นจำนวน 1.3 ล้านครัวเรือน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ กฟผ.เผยยอดใช้ไฟฟ้าวันนี้เพิ่มขึ้นทุบสถิติหลังอุณหภูมิใกล้แตะ 40 องศาด้วยปรากฎข้อเท็จจริงว่าที่ผ่านมา กรรมการกสทช. 2 ท่าน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ได้ออกมาให้ข่าวทางสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.จะมีการประชุมชี้ขาดในวันที่ 23 มีนาคม 2558 ในลักษณะที่ผู้รับข่าวสารอาจเข้าใจได้ว่าบริษัท ได้มีการกระทำอันเป็นการขัดต่อประกาศ กสทช.ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลโทรทัศน์ดิจิตอล และแม้ว่าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. จะมีมติในวันที่ 23 มีนาคม 2558 และรับรองมติในวันที่ 30 มีนาคม 2558GFJ15:18440 ปรับตัวลดลงมาตามแรงกดดันของราคาทองคำ ซึ่งเราแนะนำให้เน้นการ Open Long ใน GFJ15 มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างในระยะยาวยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านที่ 19000 โดยมีแนวรับสำคัญที่ 18400อันดับเครดิตของบริษัทสะท้อนถึงโอกาสเติบโตในธุรกิจอาหารและการดำเนินงานที่มั่นคงของธุรกิจคลังสินค้าและคลังเอกสาร อย่างไรก็ตาม ความแข่งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจอาหารท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและการบริโภคที่อ่อนตัวลงฝ่ายวิจัยเชื่อว่าถึงเวลาของ BBL ที่จะกลับมา outperform กลุ่มฯ แล้ว ทั้งราคาหุ้นที่อยู่ระดับต่ำมากและยัง laggard ธ.พ.ใหญ่อื่นๆ ประกอบกับการประกาศงบการเงินที่ไม่ทำให้ผิดหวังบวกกับความสามารถในการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังเยี่ยมยอด โดย BBL ประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/58 เท่ากับ 9.40 พันล้านบาท สูงกว่าคาด 5%ขณะที่จีน มีความคาดว่าจะมีการประกาศใช้มาตรการเพิ่มเติมในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว เช่น เพิ่มการลดหย่อนภาษี ให้การอุดหนุนการประกันสังคมมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างงาน ให้เงินอุดหนุนสำหรับการขอสินเชื่อธนาคารบางประเภทเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อธุรกิจเกิดใหม่ อนุญาตให้นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศสามารถลงทุนในสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศได้ อีกทั้งจีนได้เตรียมเปิดเขตการค้าเสรี (FTZ) เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง เพื่อเปิดประเทศสู่ตลาดโลกมากขึ้น TAE เล็งซื้อโรงงานเอทานอลกำลังผลิต 2 แสนลิตร/วัน ตั้งเป้าปีนี้กำไร-รายได้โต ,โดยทั่วไปแล้ว ปัจจัยที่สนับสนุนความต้องการใช้น้ำดิบมาจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกรวมทั้งความต้องการที่สูงขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคซึ่งมีความผันแปรไปตามสภาพเศรษฐกิจ ปริมาณฝนที่หนาแน่นและการที่ลูกค้าบางรายสามารถหาแหล่งน้ำดิบได้โดยตรงส่งผลลบต่ออุปสงค์ในการใช้น้ำดิบ ในปี 2557 บริษัทมียอดขายน้ำดิบรวม 257 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ยอดซื้อน้ำดิบจากกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น 3% แต่ยอดซื้อโดยบริษัท TK เงินทันใจ จำกัด ดำเนินธุรกิจเป็นบริษัทให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 50, 000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาททุนที่เรียกชำระแล้ว 50ล้านบาท。

Despite its initial success, COVID-19 has revealed Vietnam’s lack of preparedness for biological threats.

Why Vietnam Needs to Adopt a Biological Defense Strategy
Credit: Depositphotos

Once regarded as a role model for its successful containment of COVID-19, Vietnam is now in the midst of its fourth wave, its worst since the beginning of the pandemic. Even worse, the stringent measures that previously helped Vietnam put the virus under control have been relatively ineffective, illustrated by the surge in infections since the end of April. This raises a great concern for Vietnam not only with regard to COVID-19 but also on its ability to counter biological threats writ large. With this in mind, Vietnam should establish a national strategy on biological defense in order to help it counter biological threats more effectively, given the current inadequacy of the country’s biological defense capabilities.

The Vietnamese government’s Decree 81/2019 on preventing the proliferation of weapons of mass destruction (WMDs) classifies biological threats among the four kinds of WMD threats: chemical, biological, radiological and nuclear (CBRN). In 2018, the European Union helped Vietnam to finalize its National Action Plan (NAP) on preventing CBRN threats. However, both the decree and the NAP are merely general, if not vague, guidelines for tackling CBRN threats without any in-depth plans on how to deal with specific kinds of threat. Moreover, despite having specialized agency for dealing with some kinds of CBRN threat, like the Chemical Team of the Vietnam People’s Army and Vietnam Agency for Radiation and Nuclear Safety, Vietnam does not yet have one responsible for countering biological threats.

At the very least, a national biodefense strategy would establish a clear vision on how to deal with biological threats – something that Vietnam has lacked thus far. In retrospect, Vietnam has responded to biological threats passively, only after the country has been hit. This was evident in its response to two major outbreaks: the SARS virus in 2003 and COVID-19 in 2020. In the latter case, although Vietnam tackled the crisis well and received international praise for its rigorous quarantine and lockdown measures, the country has been struggling to deal with the latest wave.

This illustrates that Vietnam is highly vulnerable to biological threats. In fact, Vietnam suffered biological attacks in the past, specifically during the Vietnam War. Yet the country’s lack of a biological defense strategy demonstrates its lack of vision on the issue. Those actions that Vietnam has taken so far against COVID-19 are basically tactical, raising a concern on whether it can handle the new wave well as it did previously, given the current surge in new cases and deaths. Only a strategy with a comprehensive vision will enable Vietnam to take pre-emptive measures against bio-threats more effectively.

In addition, having a national biodefense strategy would enhance Vietnam’s security apparatus as a whole. According to Alexander Vuving of the Daniel K. Inouye Asia-Pacific Center for Security Studies, biological threats are not listed among Vietnam’s main security priorities. Similarly, the latest 2019 National Defense White Paper has not stated how to deal with biological threats, illustrating Vietnam’s lack of preparedness on this front.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Moreover, the aforementioned Decree 81/2019 implies that Vietnam is approaching biological threats in the same way as other CBRN ones, which is strategically problematic. Biological weapons and threats operate and destroy the target in a relatively different way from chemical, radiological, and nuclear threats, as they are generally harder to detect and able to spread more quickly through a given environment, reasons why biological threats should be accorded special attention and treatment.

Some countries consider biological threats as a security priority, and have specialized mechanisms to tackle them. The United States, for instance, deems bio-security as a primary component of its national security, evidenced by its establishment of the Office of International Health and Biodefense, which is tasked with combating biothreats and outbreaks of infectious disease through diplomacy and its substantive National Biodefense Strategy. Adopting a similar biodefense strategy would help Vietnam enhance its security apparatus, making the nation more resilient to biological threats.

Another crucial component of a national biological defense strategy is a strong research & development (R&D) capacity and the budget necessary to establish this. Despite having witnessed growth in its R&D expenditure in the recent decade, Vietnam still lags behind other countries in the region, such as Thailand or Singapore, spending only around 0.5 percent of the GDP on this in 2017. Indeed, insufficient spending on R&D is one of the main reasons why Vietnam has been slow in developing its own COVID-19 vaccine. Up to now, Vietnam’s vaccination has mainly depended on external sources, and its own vaccine has yet to be distributed. Given its expectation of a homegrown vaccine, the country has struggled in diversifying the vaccine supply, falling behind its neighboring countries in getting citizens vaccinated. If Vietnam does not invest more in improving its R&D capacity, it could well be unable to deal with future threats similar to COVID-19, nor to develop the technological “weapons” necessary to counter them actively. A biological defense strategy entails a more solid R&D foundation.

Second, to have a feasible biological defense strategy, Vietnam must have a clear allocation of tasks for agencies at every levels and sectors, from provincial to central and private to public. To make a strategy work well, there must be a harmonious cooperation among the responsible agencies and units, which implies that they have to be well acknowledged of their tasks. Vietnam’s biosecurity is not just a threat for specific individuals or sectors; it is an existential threat for the whole country, which necessitates a close coordination of all units of government.

During previous waves of COVID-19, Vietnam did well in mobilizing resources from all levels to prevent the virus from spreading. In this recent wave, it did the same thing as previously, in both implementing the lockdown and quarantine methods, but failed to stem the spread of the virus. After the pandemic, Vietnam should apply the same pattern of cooperation to the creation of a strategy to deal with future biological threats.

Additionally, Vietnam must pursue international cooperation in the field of biodefense in order to enhance its resources in dealing with such issues. Due to its weak R&D capacity, Vietnam’s biological and healthcare technology is not as advanced as it should be. One of the best ways to make up this shortfall is by engaging in activities with other countries, especially ones with advanced technology and more experience in tackling biosecurity threats. As noted, almost every nation in the world faces biosecurity threats of one kind or another, so there needs to be joint effort for them to overcome. Thus, Vietnam has to facilitate activities, including but not limited to capacity-building, information and human exchange and technological transfers. If the country can coordinate well with its international partners, it will be better able to formulate a sound biosecurity strategy.

The outbreak of COVID-19 and its horrendous consequences could radically change countries’ perception of biological security, accelerating them to reform their biological defense systems. In the same vein, Vietnam should increase its biological defense capability, and one of the vital steps to do that is to have a coherent biological defense strategy that enables it to better meet the challenges of the future.