Pacific Money | Economy | Southeast Asia

elsword private server 2020: Which Asian Nations Can Benefit From the ‘China Plus One’ Strategy?

เว็บบาคาร่าแนะนํา,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCO ณ เวลา 10.25 น.อยู่ที่ 1.59 บาท บวก 0.11 บาท หรือ 7.43% มูลค่าการซื้อขาย 40.32 ล้านบาท โดยราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 1.53 บาท ต่ำสุดที่ 1.53 บาท สูงสุดที่ 1.60 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องวันนี้เป็นวันที่ 3 นับตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.593.หุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันขาลง BA TOP IRPC SPRC ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าร่วงลง 121.44 จุด หรือ 0.72% แตะที่ 16,834.13 จุด หลังจากทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ นอกจากนี้ การร่วงลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบยังส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกสำหรับในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2558 GDP จีนขยายตัว 6.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอลงจากไตรมาส 3 ที่เติบโต 6.9% ขณะเดียวกัน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ขยายตัว 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.ที่ขยายตัว 6.2%สำหรับแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน IEA เชื่อว่าจะไม่สูงมากเท่ากับปี 2558 เนื่องจากทั่วโลกมีความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในหลายๆประเทศ ขณะที่จีน บราซิล และรัสเซีย มีความเชื่อมั่นลดลงSTOP LOSS สถานะ Long ถ้า S50H16 ปรับตัวลดลงปิดต่ำกว่า 746 ลงไปทั้งนี้ รฟม.มีภาระหนี้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2537-2583 ทั้งหมดราว 1.62 แสนล้านบาท ซึ่งหากคำนวณถึงวันที่ 31 ส.ค.58 จะมีหนี้สินจากโครงการเดิม 4.6 หมื่นล้านบาท และโครงการใหม่และส่วนต่อขยายอีก 7 หมื่นกว่าล้านบาท โดยรัฐบาลจะเข้ามาช่วยรับภาระหนี้แทน รฟม.เป็นรายปีไปตามภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจริงประมาณ 2.67 หมื่นล้านบาทขณะที่มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น และอนุมัติการออกใบแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Transferable Subscription Right : TSR) TSR คือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ เป็นสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนระยะสั้น ซึ่งจัดเป็นเครื่องมือทางการเงินหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยในขั้นตอนการเพิ่มทุนทั้งนี้ รฟม.มีภาระหนี้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2537-2583 ทั้งหมดราว 1.62 แสนล้านบาท ซึ่งหากคำนวณถึงวันที่ 31 ส.ค.58 จะมีหนี้สินจากโครงการเดิม 4.6 หมื่นล้านบาท และโครงการใหม่และส่วนต่อขยายอีก 7 หมื่นกว่าล้านบาท โดยรัฐบาลจะเข้ามาช่วยรับภาระหนี้แทน รฟม.เป็นรายปีไปตามภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจริงประมาณ 2.67 หมื่นล้านบาท,สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด (19 ม.ค.)ที่ 16,016.02 จุด เพิ่มขึ้น 27.94 จุด หรือ +0.17%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,476.95 จุด ลดลง 11.47 จุด หรือ -0.26% และดัชนี S P500 ปิดที่ 1,881.33 จุด เพิ่มขึ้น 1.00 จุด หรือ +0.05%, IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก-สหรัฐในปีนี้ เหตุศก.จีนชะลอตัวนอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำยังได้รับปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากจีนซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2558 ขยายตัว 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี และชะลอลงจากอัตรา 7.3% ในปี 2557 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าโครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ในการพัฒนารถไฟขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทาง 845.27 กิโลเมตรและเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 118.14 กิโลเมตรต่อไป ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมในเดือนก.พ. 59 หลังตรุษจีน โดยล่าสุดนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ยืนยันเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ 2% กับทางนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีในการเจรจาตัดขาดทุน 16.20 บาท、SF Support 5.75 Resistance 6.00 6.10 Cut loss 5.65ทั้งนี้ IMF ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ราคาน้ำมันถูก แต่ความต้องการใช้น้ำมันกลับไม่เพิ่มขึ้น สาเหตุอาจเกิดจากราคาน้ำมันที่ไปถึงมือผู้บริโภคไม่ได้ถูกตามไปด้วย ประกอบกับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจบางแห่ง ยังคงมุ่งลดรายจ่ายและหนี้สินอยู่แนวรับ : 15.80 / 15.20 บาท。

โดยปัจจัยที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงคาดว่ามาจากประเด็นที่ SCNคาดว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 58 จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวเลขกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับปี 57 ที่มีกำไรสุทธิจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซฯ,online casino games free bonus no deposit、free online bingo games vegas world、แนวรับ : 14.70 / 13.60 บาท,นอกจากนี้บริษัทใช้กลยุทธ์ที่เน้นการพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการอย่างแท้จริงและยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้เร็ว ซึ่งปัจจุบันมีรอบการโอนต่ำกว่า 75 วัน โดยสัดส่วนรายได้ 70% จะมาจากทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว ซึ่งทำให้การวางแผนเปิดโครงการในปีนี้ 60-65 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5-5.4 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่เปิดทั้งหมด 44 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 4.45 หมื่นล้านบาท โดยการเปิดโครงการในปีนี้จะเป็นการเปิดโครงการแนวราบกว่า 75% แบ่งเป็นโครงการทาวน์เฮาส์ 42-44 โครงการ โครงการบ้านเดี่ยว 12-14 โครงการและโครงการคอนโดมิเนียม 6-7 โครการ,ราคาหุ้นบริษัท วินเทจ วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือVTEปิดตลาดอยู่ที่ 2.46 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง สูงสุด 2.64 บาท ต่ำสุด 2.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 65.26 ล้านบาททั้งนี้ นายโยชิฮิเดะ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้ในรูปแบบที่มีเสถียรภาพ ทว่าอาจมีความเสี่ยงที่เกิดจากราคาอสังหาริมทรัพย์และการเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน สำนักข่าวเกียวโดรายงานขณะที่บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายอีก 173 โครงการ มูลค่า 8.1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นบ้านที่พร้อมขายและพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าตามมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองของภาครัฐภายในเดือนเม.ย.นี้อีกมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทประเด็นที่ต้องติดตามนอกจากทิศทางราคาน้ำมันหลังการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและยุโรป คือ การรายงานตัวเลข GDP Growth งวด ไตรมาส 4/58 ของจีนในวันอังคารที่ 19 ม.ค.2559。 นิกเกอิปิดเช้าร่วง 333.01 จุด หลังดาวโจนส์ดิ่งโดยอนุมัติแต่งตั้งขณะเดียวกันมีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 381,694,853,490 บาท เป็น 2,254,506,645,000 บาท โดยเป็นการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 62,427,059,717 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 30 บาท คิดเป็นทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นจำนวน 1,872,811,791,510 บาท และการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน เพื่อรองรับการใช้สิทธิของ TSR ,รองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพ POLAR-W4 ,รองรับการปรับสิทธิการใช้สิทธิแปลงสภาพ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 2 (POLAR-W2) ที่ต้องปรับสิทธิเนื่องจากบริษัทมีการออกหลักทรัพย์และหลักทรัพย์แปลงสภาพใหม่ ,รองรับการปรับสิทธิการใช้สิทธิแปลงสภาพตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 3 (POLAR-W3) ที่ต้องปรับสิทธิเนื่องจากบริษัทมีการออกหลักทรัพย์และหลักทรัพย์แปลงสภาพใหม่ โดยบอร์ดมีมติอนุมัติกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันศุกร์ที่ 26 ก.พ. 2559 News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 18 ม.ค.59 อิหร่านเล็งส่งออกน้ำมันเพิ่ม 5 แสนบาร์เรล/วัน หลังมีการยกเลิกคว่ำบาตร、หุ้นมอร์แกน สแตนเลย์ ร่วงลง 1.1% แม้ว่าธนาคารเปิดเผยว่าสามารถกลับมามีผลกำไรในไตรมาส 4 โดยอยู่ที่ระดับ 908 ล้านดอลลาร์ หรือ 39 เซนต์/หุ้น เทียบกับที่ขาดทุน 1.63 พันล้านดอลลาร์ หรือ 91 เซนต์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปี 2014, หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา คอร์ป ร่วงลง 1.52% แม้ว่าธนาคารเปิดเผยรายงานผลกำไรเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.34 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 หรือ 28 เซนต์/หุ้น เทียบกับ 3.05 พันล้านดอลลาร์ หรือ 25 เซนต์/ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2014นอกจากกลุ่ม Big Cap จะมาแล้ว กลุ่มขนาดกลาง-เล็ก ก็เริ่มเห็นกระแสการเก็งกำไรเข้าใส่ ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้มี หุ้น Volume เข้าและเคลื่อนไหวผิดปกติ ฝ่ายวิจัยคัดเลือกออกมาได้ SCN SMT J GFPT ASIMAR VIH SAMART โดยมอง GFPT ASIMAR เป็นตัวที่น่าสนใจในการเข้า Trading เก็งกำไรระยะสั้นINTUCH/50.00,ปัจจุบันสายการบินบางกอกแอร์เวย์สมีเครื่องบินประจำฝูงบินทั้งหมด 32 ลำ ประกอบไปด้วยเครื่องบินแบบเอทีอาร์ จำนวน 13 ลำ แอร์บัส A320 จำนวน 8 ลำ และแอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำนอกจากนี้ บริษัทยังมีอีก 4 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ที่สามารถรับรู้รายได้ในปี 59 ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าโอแก๊ส จ.กำแพงเพชร กำลังการผลิต 5.26 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าโอแก๊ส จ.สุพรรณบุรี ขนาด 4 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวล จ.สระแก้ว แห่งที่ 2 มีกำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ (มีสัญญา 7 ปีกับกฟภ.) และโครงการผลิตเม็ดพลาสติก จากพลาสติกปนเปื้อนเพื่อการส่งออกที่หาดใหญ่ ขนาดกำลังการผลิต วันละไม่น้อยกว่า 60ตันหุ้นมอร์แกน สแตนเลย์ ร่วงลง 1.1% แม้ว่าธนาคารเปิดเผยว่าสามารถกลับมามีผลกำไรในไตรมาส 4 โดยอยู่ที่ระดับ 908 ล้านดอลลาร์ หรือ 39 เซนต์/หุ้น เทียบกับที่ขาดทุน 1.63 พันล้านดอลลาร์ หรือ 91 เซนต์/หุ้นในช่วงเดียวกันของปี 2014, หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา คอร์ป ร่วงลง 1.52% แม้ว่าธนาคารเปิดเผยรายงานผลกำไรเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.34 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 หรือ 28 เซนต์/หุ้น เทียบกับ 3.05 พันล้านดอลลาร์ หรือ 25 เซนต์/ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2014DELTA Trading แนวรับ 77.00 แนวต้าน 81.00-82.00 ตัดขาดทุน 76.00。

As supply chain diversification becomes the name of the game, some of China’s neighbors are looking to provide attractive alternatives.

Which Asian Nations Can Benefit From the ‘China Plus One’ Strategy?
Credit: Wikimedia Commons/ Tophu4u2

The China-U.S. trade war and the COVID-19 pandemic laid bare the need for companies to diversify supply chains outside of China. This has given rise to the “China plus one” strategy, in which multinational firms are moving to other countries, in addition to China. Some Asian countries have put forward plans to attract overseas investment as companies look for another center of production or distribution. These include Thailand, Malaysia, and Vietnam, which have introduced preferential policies for overseas firms investing in the country.

Thailand has made strides in improving its ease of doing business, streamlining the process for obtaining construction permits and improving minority investor protection. FDI applications rose 80 percent in Thailand 80 percent year-on-year in the first quarter of 2021. While the medical sector attracted the most FDI projects, foreign direct investment has also been increasing in the manufacturing industries, such as the metals and machinery sectors. Thailand’s Eastern Economic Corridor, including the provinces of Chonburi, Rayong, and Chachoengsao, received the most FDI applications, 39 percent more than those filed in the first quarter of 2020.

Malaysia has also received an increasing amount of foreign direct investment, in part because the country has a strong legal system and high telecommunications and internet capabilities. Foreign direct investments flowing into the country grew 383.4 percent year-on-year, going into the manufacturing, services, and primary sectors. Much of the investment has been directed to Penang, which is known for providing high-tech manufacturing. Going forward, Malaysia’s Digital Blueprint Program is projected to further improve FDI flows into the development of software and hardware digital infrastructure.

Vietnam is near China and has been a key part of the “China plus one” strategy, not only for Western firms but for Chinese firms as well. While Vietnam’s infrastructure is far behind that of China, Vietnam’s 2030 master plan for transport infrastructure aims to construct 5,000 kilometers of expressways, a deep-water port, high-speed rail routes, and the completion of Long Thanh International Airport near Ho Chi Minh City. This is much needed, as Vietnam’s ports have strained to keep pace with increasing demand for manufacturing and export. Some Chinese firms have chosen to relocate to Vietnam in order to avoid tariffs imposed by the United States throughout the trade war. These include HL Corp, a bike parts maker; Shenzhen H&T Intelligent Controls, a company that specializes in intelligent controllers; and TCL Technology, an electronics producer.

However, China is still pulling in a significant amount of foreign direct investment and creating attractive manufacturing regions in order to foment ongoing growth in this area. FDI into China in the first quarter of 2021 amounted to $46.38 billion, which was a 39.9 percent increase year-on-year, and a 24.8 percent increase compared to 2019. Much of the FDI went into inland China, and into service and high-tech industries.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

China’s focus on building enticing manufacturing regions is a major reason for ongoing flow of foreign investment. One of the largest ongoing projects is the Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area, an internationally oriented city cluster driving innovation and market reforms. The area is intended to be a globally competitive mega-region by 2035.

FDI flows into China may increase further. Some analysts have predicted that manufacturing operations may move back to China or suspend moves away from China due to COVID-19 outbreaks in Vietnam and India. Zhiwei Zhang, chief economist at Pinpoint Asset Management, stated that “if [the] supply chain [in India and Vietnam] is disrupted for a long time, we could see [the current month-over-month] 20 percent, 30 percent export growth [in China] to continue into next year.”

For now, the “China plus one” strategy is working for some companies. One key determinant of how sustainable the trend will be is how quickly infrastructure can be built to accommodate more firms moving into other nations. However, companies that do choose to diversify into Southeast Asian nations will continue to be able to take advantage of the varied and easily accessible suppliers from other Asian nations. In addition, the recently signed Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) will allow firms with supply chains distributed among several Asian nations to take advantage of common rules of origin for the entire bloc. This will allow RCEP countries to use only a single certificate of origin.

As a result, the “China plus one” strategy, with firms venturing into other Asian nations, has become a popular trend that is likely to continue over the long run, even if some firms focus production more on China in the short run. In particular, Thailand, Malaysia, and Vietnam will continue to appeal to multinational firms, especially as these countries continue to build up infrastructure and production capacity.