Features | Society | South Asia

nova88 slot: High-Profile Rape Trial Continues India’s Sordid Tradition of Victim-Blaming ?

918 ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา,โดยให้หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนโครงการ และมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลค่าบริการขนส่งน้ำมันทางท่อ การมีอำนาจเหนือตลาด ป้องกันการผูกขาด ให้ความคุ้มครองผู้ค้าน้ำมันและประชาชนให้สามารถเข้าถึงและได้รับบริการที่เป็นธรรม จนกว่าจะมีการกำหนด ปรับปรุง หรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อในอนาคต TWZ รายได้จากการขายลด กำไร Q2 อยู่ที่ 13.64 ลบ.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway down มีแนวรับหลักอยู่แถวๆ 300-293 บาทระยะสั้นอาจแกว่งในกรอบระหว่าง 300-320 บาทก่อน แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 290 บาท,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 21.93 ล้านบาท หรือมีกำไร 0.08 บาทต่อหุ้น ลดลงราว 43.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 38.71 ล้านบาท หรือ 0.15 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามากเมื่อช่วงกลางปีทำให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลงมาราว 12% และเมื่อจีนมีการปรับค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลง ทำให้ Flow คงจะกลับมาได้ยากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเงินหยวนค่อนข้างมาก อย่างตลาดอินโดนีเซียและตลาดมาเลเซีย ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าตลาดอื่นเป็นมีสินค้าโภคภัณฑ์(Commodity)อยู่มากS50U15/900.00 Short ตอนเช้ายังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งที่ 902 จุด เป้าหมายทำกำไร 890 จุด ตัดขาดทุนเหนือ 906 จุดรวมถึงใช้ขยายปริมาณการผลิตปิโตรเลียม ส่วนแผนการขยายปริมาณการผลิตปิโตรเลียมระยะยาวนั้น บริษัทได้เลื่อนแผนขยายปริมาณการผลิตในระดับ 6 แสนบาร์เรล/วันเป็นในปี 68 จากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ในปี 63 จากปัจจุบันที่มีการผลิตระดับ 3.7 แสนบาร์เรล/วัน เนื่องจากรอภาวะและโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม ธปท.ตามติดตลาดเงินหลังจีนลดค่าเงินหยวน。 สำหรับเงินปันผลจำนวนดังกล่าวจะจัดสรรจากกำไรสุทธิ โดยจ่ายจากกำไรสะสมส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรร ในส่วนที่ได้รับยกเว้นภาษีจากสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และไม่ได้รับเครดิตในการคำนวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ ของประมวลรัษฎากรคำค้นADVANCCKINTUCHSEAFCOSTEC บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 ,อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ และตัวแปรที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งที่กดดันคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าบางรายได้รับการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่เรียกว่า ไฟนีออน เชื่อมั่นว่าจะสามารถปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์โดยผลการดำเนินที่มีกำไรลดลง เนื่องจากรายได้จากธุรกิจหลักที่ดำเนินการโดยบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งได้แก่ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ มีจำนวนลดลง เนื่องการยอดจองในไตรมาส 2 ส่วนใหญ่แนวรับ 2.20-2.28 บาท918 ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา,ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วงไตรมาส 2 มีสาเหตุหลักมาจากการที่ บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น จากเดิม 13.36% เป็น 14.18% อีกทั้งมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 44.62 ล้านบาท โดยที่เดิม เคยขาดทุนจากค่าเงินถึง 37.29 ล้านบาท เมื่อช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว WIIK ครึ่งปีแรกกวาดกำไร 33.07 ลบ. โตก้าวกระโดดกว่า 500%อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยถือว่าให้ผลตอบแทนจากการปันผลสูง ซึ่งหุ้นที่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลมาช่วยหนุนตลาดในเดือนนี้ได้ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแดนบวก มองว่ารีบาวด์หลังจากวานนี้ได้ปรับตัวลงไปแรง ทำให้คาดว่าแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.) ตลาดบ้านเรามีลุ้นรีบาวด์ขึ้นได้ พร้อมให้แนวรับ 1,390 จุด ส่วนแนวต้าน 1,410 จุด บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 275.23 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.27 บาทต่อหุ้น ลดลง 33.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 412.79 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.41 บาทต่อหุ้นSET Index: ทดสอบกรอบแนวโน้มลง 1385 และ 1395 โดยให้หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนโครงการ และมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลค่าบริการขนส่งน้ำมันทางท่อ การมีอำนาจเหนือตลาด ป้องกันการผูกขาด ให้ความคุ้มครองผู้ค้าน้ำมันและประชาชนให้สามารถเข้าถึงและได้รับบริการที่เป็นธรรม จนกว่าจะมีการกำหนด ปรับปรุง หรือแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อในอนาคตSGP (ราคาปิดภาคเช้า 11.50)。

ขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 271.98 ล้านบาท หรือ 0.31 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 185.67 ล้านบาท หรือ 0.21 บาทต่อหุ้นRes 8.75 / Sup 8.20 ,แมคควอรี DW28 เผยช่วงเช้านักลงทุนเทรด SET50 DW หนาแน่นหลังจากที่ดัชนีหลักทรัพย์เปิดลบแต่มีแรงซื้อในหุ้นขนาดกลางและเล็กช่วยให้ตลาดลดช่วงลบได้ โดย SET50 Index ปิดเที่ยง -0.04% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50U15 ปิดเที่ยง -0.26% ส่งผลให้ SET50 Call มีแรงซื้อหนาแน่น และปรับตัวขึ้นตาม เช่น S5028C1510A +1.0% เป็นต้น นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะโฆษก สบน.เผยหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,682,490.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42.36% ของ GDP เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะลดลงสุทธิ 2,516.86 ล้านบาทขณะที่ตั้งแต่ต้นปีสามารถทำยอดขายอสังหาริมทรัพย์ได้แล้วกว่า 2.5-2.6 พันล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าทั้งปีจะทำได้ 4.5 พันล้านบาทตามเป้าหมาย โดยในช่วงที่เหลือของปีบริษัทจะเปิดโครงการแนวราบอีก 4-5 โครงการ มูลค่ารวม 3-4 พันล้านบาท หลังจากเปิดโครงการคอนโดมิเนียมเดอะนิช ไพร์ด ทองหล่อ-เพชรบุรี มูลค่า 2.23 พันล้านบาทไปแล้ว ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 32.01 ล้านบาท หรือ 0.15 บาทต่อหุ้น ขาดทุนลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 42.06 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น ขณะที่สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2013 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นเพียง 5,000 ราย สู่ระดับ 274,000 ราย โดยตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 22 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งส่วนสาเหตุที่ให้ราคาซื้อสูง เนื่องจากต้องการซื้อทั้งหมด ซึ่งหลังจากการเข้าซื้อเรียบร้อยร้อยแล้วคาดว่าจะมีการจัดตั้งบริษัทให้ขึ้นเป็น Holding company และเข้าถือหุ้นในบริษัท Smart traffic และบริษัทในเครือที่ปัจจุบันถือหุ้น AC milan สัดส่วน 48% จากนั้นทำการเพิ่มทุน PP หุ้น EIC อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ได้เงินไม่น้อยกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อถือหุ้นบริษัทในเครือดังกล่าวจำนวน 50% ส่งผลให้ EIC จะถือหุ้นใน ทีม AC Milan ไม่ต่ำกว่า 20%,กลุ่มรับเหมาฯ คาดเปิดประมูลรถไฟรางคู่ คลอง19-แก่งคอยและจิระ-ขอนแก่น ภายใน ส.ค.-ก.ย.นี้ การปรับตัวลงของหุ้นเป็นโอกาส ซื้อ CK STEC SEAFCO,บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 24.42 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.10 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.98 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้นขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 32.01 ล้านบาท หรือ 0.15 บาทต่อหุ้น ขาดทุนลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 42.06 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้นโดยผลการดำเนินการช่วง 3 เดือนที่พลิกขาดทุน เนื่องจากการลดลงของยอดขายและการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้าจำนวนเงิน 14.3 ล้านบาทเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของนโยบายการตั้งสำรองหนี้สูญ ทั้งนี้บริษัทอยู่ในระหว่างขั้นตอนการเร่งรัดหนี้ดังกล่าวขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 27.37 ล้านบาท หรือ 0.06 บาทต่อหุ้น ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.00 ล้านบาท หรือ 0.09 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ราว 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากทั้งปีก่อนอยู่ที่เฉลี่ย 63.38 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ได้เลื่อนเป้าหมายการผลิตปิโตรเลียมในระดับ 6 แสนบาร์เรล/วันออกไปเป็นปี 68 จากเดิมที่คาดจะทำได้ภายในปี 63TRC ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 2.20-2.28 บาท แนวต้าน 2.34-2.40 // 2.54 บาทฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้น IRPC ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 3.90-3.98 บาท แนวต้าน 4.10-4.16 // 4.20 บาททั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าลดลง 38.34 จุด หรือ 0.19% แตะที่ 20,557.21 จุด?สำหรับภายหลังการระดมทุนบริษัทได้ทำการติดตั้งเตาเผาและเครื่องจักรใหม่ เพื่อขยายคอขวดในกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการทดสอบเครื่องจักร (Test Run) และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/2558 จะสามารถเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ TUF แข็งโป๊ก จากที่วานนี้สามารถปรับตัวบวกขึ้นมาได้ 9.41% แบบไม่สนใจไยดี สภาพแวดล้อมตลาดผันผวนยืนในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยล่าสุดปิดที่ระดับ 18.60 บาท ด้วยปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในรอบสัปดาห์。

The judge’s report in the case against Tarun Tejpal sparked outrage for its misogynistic scrutiny of the plaintiff.

High-Profile Rape Trial Continues India’s Sordid Tradition of Victim-Blaming  

Indian women hold placards as they shout slogans against Tarun Tejpal, editor-in-chief of Tehelka magazine, in New Delhi, India, Tuesday, Nov. 26, 2013.

Credit: AP Photo/Altaf Qadri

On May 21, a trial court in the western Indian state of Goa acquitted Tarun Tejpal, founder and former editor-in-chief of the Tehelka news magazine, of rape charges that were leveled against him almost eight years ago.

Additional Sessions Judge Kshama Joshi’s judgment report has since evoked much outrage in the country, especially among feminists. It lays bare yet again the deep misogyny that defines the outlook of many in India’s criminal justice system, indeed in Indian society.

It underscores why rape survivors are reluctant to go to the police or courts for justice: They end up being put on trial and are often blamed for the rape, for not conducting themselves in a way that would have deterred the rapist.

A high-profile journalist, Tejpal made his name with some of the biggest investigative stories in Indian journalism. In 2013, his junior colleague alleged that he had sexually assaulted her inside the elevator of a five-star hotel on November 7 and 8 during a Tehelka event in Goa. Tejpal was arrested a few days later and spent around seven months in jail before being granted bail. The trial began in 2017 and proceeded in fits and starts.

It is obvious from a reading of the 527-page judgement that Judge Joshi handled the accused with kid gloves even as she hauled the plaintiff over the coals. Joshi gave Tejpal the “benefit of the doubt.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an email to the woman a few days after the incident, Tejpal had admitted to the “sexual encounter.” A “shameful lapse of judgement” had led him “to attempt a sexual liaison” with her on two occasions, he wrote in the email. He even admitted that she had made it “clear” that she “did not want such attention” from him.

Tejpal’s email was unambiguous on the fact that “the sexual liaison” did not have her consent, the key factor that makes a sexual encounter a sexual assault. Subsequently, Tejpal claimed that the email was sent “involuntarily and against his wish.” The judge chose to accept his word.

The trial should have focused on whether or not the allegations leveled against Tejpal were true and whether his actions on the two consecutive nights constituted sexual assault under Indian law. It was Tejpal who was supposed to be on trial; the court should have put his character and conduct under the scanner. Instead, the trial was turned into an investigation of the victim, her character and conduct.

The judgment lays out details of the woman’s WhatsApp chats, email messages, past relationships, and social life. Her dress at the time of the incident, its length, and the length of its lining, even the kind of undergarment she wore, are described in the judgment.

That these issues were detailed in the judgment indicates that they were important to Joshi and determined her perception of the plaintiff. In other words, the judge allowed her preconceived notions of the behavior that a rape victim should show to determine her verdict.

In photographs taken after the alleged assault, the woman was “smiling and looked happy, normal, in [a] good mood,” Joshi wrote in her judgment. “She did not look disturbed, reserved, terrified, or traumatized in any way even though this was immediately after she claims to have been sexually assaulted,” Joshi said, going on to assert that that this “completely belies” the prosecution’s case.

While the judge rapped the prosecution’s knuckles for not investigating and building up a solid case against Tejpal, it seems that the plaintiff’s behavior – which Joshi believed to be inappropriate for a sexually assaulted Indian woman – determined her verdict.

In innumerable rape cases, women have been castigated by the courts for what they deem inappropriate behavior or responses to the assault.

In 2016, the Supreme Court remarked that it was “unusual” that an assaulted woman did not “immediately hurry home in a distressed, humiliated, and devastated state.” Instead, she remained at the site of the assault to identify and establish evidence. Drawing on a witness’ testimony that the victim was a sex worker, the apex court said that “she was accustomed to sexual intercourse before the incident also.” The Supreme Court went on to acquit the assailants in that case.

A year ago, a Karnataka High Court judge said that it was “unbecoming of an Indian woman” to fall asleep after she was sexually assaulted. “That is not the way our women react when they are ravished,” Judge Krishna Dixit said on acquitting the accused of rape.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

As in the Tejpal case, here too, the woman was perceived to have not behaved the way a “good” Indian woman or a victim should have; hence the judges deemed her testimony to be untrustworthy. It was “difficult to believe” the women’s words, Dixit observed, as the woman failed to appear like a “victim.” The “victim’s explanation that she did not imagine the accused would try to do such a thing is not at all believable,” Joshi said.

At every stage of the criminal justice system, women are blamed and shamed for getting raped. Police, lawyers, judges, and society usually blame the woman for her own rape: by going out at night, for wearing the wrong clothing, they claim that she was “asking for it.”

One of the men who raped “Nirbhaya” on a moving bus in New Delhi in December 2012 told the BBC that “women who go out at night have only themselves to blame in case they attract attention of male molesters.” But it is not just convicts and criminals who blame the victim. Lawmakers do this too.

The West Bengal government accused a gang-rape survivor in Kolkata of fabricating the assault. A Trinamool Congress parliamentarian said that the rape was actually a “sex deal gone wrong.”

Following the public fury over the Nirbhaya gang-rape, India’s rape laws were amended. The Criminal Law (Amendment) Act, 2013 widened the definition of rape. Unwelcome physical contact, words or gestures, or demands for sexual favors are now treated as offenses. The 2013 law put in place procedures that are victim-friendly. Bringing up a woman’s sexual history is forbidden under the law.

Yet Joshi’s court permitted irrelevant and aggressive questions that were not only “insulting and distressing” to the woman but also “illegal.” So humiliating were these questions that the woman went to the Bombay High Court to restrain Tejpal’s lawyers. The court did intervene to forbid Tejpal’s lawyers from asking her “indecent” and “scandalous” questions.

Not only did Joshi permit illegal questioning, but also she detailed the woman’s answers in her judgment. Some of the comments that Joshi made in her judgment blamed the woman. If the plaintiff was “terrified of him [Tejpal] and not in a proper state of mind, why would she report to the accused and disclose to him her location,” she asked. Joshi also questioned the woman’s intentions and thus, blames her.

Clearly, Joshi overlooked the context of the case. The woman’s father was Tejpal’s friend. His daughter was her closest friend when the incident happened. She was a colleague of Tejpal. The judge chose to ignore the power differential that existed at the workplace.

Joshi’s judgment reveals that she has little understanding of the complexities of human behavior and how people respond to assaults differently. Instead of basing her verdict on evidence and hard facts, she was judgmental and allowed her misogynistic prejudices to determine her verdict. Joshi’s remarks about women show the continuing grip of patriarchal views in Indian society, even among so-called educated people, including women.

This is not the end of the road for the woman or Tejpal. Joshi’s verdict is being appealed in the High Court. Even if the High Court overturns the verdict, the terrible damage done by Joshi’s judgment will be hard to undo. The impact of the character assassination that the judge committed in her judgement will be difficult to reverse.

Besides, it will be hard to convince survivors of rape and sexual assault to pursue justice through the courts.