The Koreas | Security | East Asia

dream league soccer 2016: Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?

sports 123 live stream,โดยในปีนี้โกลว์ ไอพีพี จะเริ่มมีค่าความพร้อมจ่ายลดลง 300-400 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าและจะเริ่มลดลงต่อเนื่องทุกปี ส่วนโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วันจะเริ่มมีค่าความพร้อมจ่ายลดลงตั้งแต่ปี 62 โดยจะส่งผลกระทบต่อกำไรให้ลดลงไปด้วยHMPRO (TP10.00*) : Support 6.65/6.5 Resistant 7.2/7.4,สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่หนุนดัชนีวันนี้ (28 ส.ค.)หุ้น แนะนำ แนวรับ แนวต้าน Cut,การยืนเหนือ 1,340 จุด จะเป็นสัญญาณ บวก ระยะสั้น: การปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้น Dow Jones หนุนตลาดหุ้นทั่วโลก และ SET ปรับสูงขึ้นเช้านี้ และการยืนได้เหนือ 1,340 จุด จะเป็นสัญญาณ บวก ระยะสั้น โดยมีเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 1,380-1,400 จุดสำหรับพอร์ตสินเชื่อปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3,200 ล้านบาท จากปี 57 อยู่ที่ 2,900 ล้านบาท และจำนวนบัญชีลูกค้าปีนี้จะอยู่ที่ 1.7 แสนบัญชี จากปีก่อนอยู่ที่ 1.65 แสนบัญชี ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 5.8% จากไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 6.2% เนื่องด้วยบริษัทฯมีการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่ต้นปี 59 บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจ จากปีนี้มีการออกหุ้นกู้ไปแล้วจำนวน 800 ล้านบาท 3 หุ้นร้อน เข้ามาตรการกำกับการซื้อขาย เริ่มสัปดาห์หน้ารวมถึงราคาเนื้อสัตว์ที่หดตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ต่อปี เทียบเท่ากับเดือนก่อนหน้า สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคง โดยทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่ 156.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 2.9 เท่า ซึ่งสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้,ส่งออกเดือน ก.ค. -3.56% y-y ขณะที่นำเข้า -12.73% y-y หนุนเกินดุล US$770 ล้าน: ตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค.ที่ US$18,223 ล้านหดตัวลงต่อเนื่อง -3.56% y-y จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัว ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับลดลง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะที่การนำเข้าที่หดตัวลงแรก -12.73% y-y ที่ US$17,452 ล้าน หนุนดุลการค้าเกินดุล US$770 ล้านอนึ่ง ราคาหุ้น AQ ปิดตลาดวานนี้อยู่ที่ 0.29 บาท ลบ 0.12 บาท หรือ 29.27% สูงสุดที่ 0.41 บาท ต่ำสุดที่ 0.29 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 975.32 ล้านบาท ขณะที่บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยมองการซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมในไทยขนาด 50-70 เมกะวัตต์ ซึ่งยังรอลุ้นให้ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ก่อนดำเนินการซื้อกิจการดังกล่าว ส่วนในต่างประเทศนั้นมองการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่เมียนมาร์ และลาว โดยเฉพาะในส่วนของลาวซึ่งเป็นโครงการพลังน้ำ คาดว่าจะมีความชัดเจนได้ภายในปีนี้ส่วนแผนการส่งเสริมการลงทุนของต่างประเทศคาดว่าใน 1 เดือนจะเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ โดยขณะนี้ทีมเศรษฐกิจ พร้อมด้วยที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)คนปัจจัย และว่าที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ รวมทั้งอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องได้หารือเรื่องการปฏิรูปการเงินการคลังร่วมกัน ทั้งตลาดเงินและตลาดทุนทั้งนี้ ภารกิจใหม่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมาจากทิศทางและนโยบายของรัฐบาล หลังมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และหาทางยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในชนบท ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลเชิงบวกต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในช่วงต่อไปแนวรับ 1340, 1335 แนวต้าน 1347-1349, ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวกลับขึ้นกว่า 10.23% มาอยู่ที่ 42.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลัง GDP ของสหรัฐดีดตัวสูงขึ้นกว่าคาด อย่างไรก็ตามยังน่าจับตาการเก็งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อไป ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 16-17 ก.ย.สำหรับในระยะแรกปี 59 ธปท.จะอนุญาตให้ผู้ลงทุนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด Qualified invester คือผู้ที่มีสินทรัพย์ขั้นต่ำ ดังนี้ บุคคลธรรมดาที่มีสินทรัพย์สภาพคล่อง ได้แก่ เงินฝากหรือพอร์ตการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาท หรือ นิติบุคคลที่มีสินทรัพย์รวม 1,000-5,000 ล้านบาท สรุปตัวเลขตอนนี้จบ 90% เดิมคาดว่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมกพช.ในเดือนกันยายนนี้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่ ก็คงต้องไปรายงานท่านก่อน นายวีระพล กล่าวเพราะนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งการกระจายรายได้ลงไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเพื่อเพิ่มอำนาจการซื้อจะช่วยทดแทนยอดส่งออกที่หายไปได้ และคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นของภาคเอกชนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในอีก 2 เดือนข้างหน้า ,สำหรับโรงไฟฟ้า SPP ที่จะหมดอายุในช่วงปี 60-61 มีทั้งสิ้น 4 ราย โดยในส่วนนี้เป็นโรงไฟฟ้าของกลุ่ม บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW จำนวน 2 โรง โดยมีกำลังการผลิตรวม 281 เมกะวัตต์ โดยในส่วนนี้เป็นปริมาณขายไฟฟ้าให้กับกฟผ.180 เมกะวัตต์ ซึ่งจะหมดสัญญาซื่อขายไฟฟ้ากับ กฟผ.ในปี 60 Earning Outlook : คาดว่าผลประกอบการของ PTTGC มีแนวโน้มที่ปรับตัวลดลงหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรง QTD ส่งผลให้กำไรมีแนวโน้มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ราว 5.5 พันล้านบาท โดยราคาหุ้นที่ผ่านมาได้ปรับตัวลดลงกว่า 22.1% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนมิถุนายน。

sports 123 live stream,ณ เดือนมิถุนายน 2558 บริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่า 21,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะรับรู้ยอดขายดังกล่าวเป็นรายได้ 4,500 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี 2558 และส่วนที่เหลือจะรับรู้เป็นรายได้ในช่วงปี 2559-2560 ทริสเรทติ้งคาดว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้าบริษัทจะมีรายได้อยู่ที่ 28,000-35,000 ล้านบาทต่อปี บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) เพิ่มขึ้นเป็น 24%-25% ในช่วงปี 2556-2557 จาก 22% ในปี 2555 อัตราส่วนดังกล่าวลดลงเป็น 21% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 ทั้งนี้อนึ่ง ราคาหุ้น AQ ปิดตลาดวานนี้อยู่ที่ 0.29 บาท ลบ 0.12 บาท หรือ 29.27% สูงสุดที่ 0.41 บาท ต่ำสุดที่ 0.29 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 975.32 ล้านบาท กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: หากต่ำกว่า 1360 จุด จะเป็นสัญญาณอ่อนตัวที่ชัดขึ้น เพื่อลดความร้อนแรงในระยะสั้นก่อน โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1345 จุด ส่วนกรอบบนคาดยังถูกจำกัดอยู่ที่ 1380-1385 จุด ประเด็นสำคัญติดตามการประชุม Jackson Hole ต่อในคืนนี้ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วว่า ยังไม่มีการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย และอังคารหน้า สำหรับการประชุมครม.ที่คาดว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลยุทธ์ การเก็งกำไร ยังเน้นแบ่งขาย และรอสัญญาณเข้าซื้อใหม่ หลัง SET อ่อนตัวลงแล้ว SET ภาคบ่ายพุ่งกว่า 30 จุดตามตปท. ปัจจัยใน-นอกผ่อนคลาย,ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศปันผลจากกำไรสะสม เป็นเงินสดอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล XD วันที่ 8 ก.ย. 2558 กำหนดจ่ายวันที่ 25 ก.ย. 2558ทั้งนี้ ราคาพลังงาน ซึ่งรวมถึงน้ำมันและไฟฟ้า ดิ่งลง 8.7% ในเดือนก.ค. โดยราคาน้ำมันร่วงลง 15.2% และค่าไฟฟ้าปรับตัวลง 3.8% สำนักข่าวเกียวโดรายงาน。 โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างเวียดนามได้ทุ่มทุกอย่างเพื่อดึงค่ายซัมซุงเข้าไปตั้งฐานการผลิตใหม่ ดังนั้น ประเทศไทยก็จะช้าไม่ได้ และในอนาคตอาจจะมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะสินค้าแต่ละรายการ เช่น ฮาลาล ไอที ยางพารา นอกเหนือจากการพัฒนาในรูปแบบของคลัสเตอร์ใหญ่ รวมมือสถาบันการศึกษาพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างนักรบเศรษฐกิจไปต่อสู่ในตลาดโลกด้านธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ประกาศปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2558 และกำไรสะสม เป็นเงินสดอัตรา 1.00 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล XD วันที่ 8 ก.ย. 2558 กำหนดจ่ายวันที่ 25 ก.ย. 2558ความแข็งแกร่งของ GDP สหรัฐทำให้นักลงทุนมองว่า อุปสงค์พลังงานในสหรัฐยังคงเป็นไปในทิศทางบวก ขณะที่ข้อมูลแรงงานที่สดใสของสหรัฐยังช่วยหนุนตลาดน้ำมันดีดตัวขึ้นด้วย โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 271,000 ราย ซึ่งลดลงมากว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 273,000 ราย บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง ,Res 19.30 / Sup 17.90 หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ //การลงทุนของรัฐ รับเหมาฯ CK PYLON //การสนับสนุนอุตสาหกรรมหลักในประเทศ ยานยนต์ SATทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้าเป็นปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย และการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรัฐมนตรี ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในช่วงกลางเดือนก.ย.นี้ พร้อมให้แนวต้าน 1,380 จุด แนวรับ 1,350 จุดบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (28 ส.ค.) คาดว่าหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีน่าจะนำ SET ฟื้นตัวต่อ หลังราคาน้ำมัน WTI พุ่ง 10.1% เมื่อคืน สะท้อนแรงซื้อ Cover short สัญญาน้ำมัน และมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น หลัง GDP ไตรมาส 2/58 ของสหรัฐฯ (รายงานครั้งที่ 2) +3.7% จากไตรมาสก่อน annuallzed ดีกว่าคาดและดีขึ้นจากที่ +2.3% ในการรายงานครั้งแรก ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นภาคบ่ายวันนี้ อานิสงส์จีดีพีสหรัฐ-คลายวิตกจีน,พร้อมทั้ง อนุมัติตามที่คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา เสนอแต่งตั้ง นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นกรรมการบริษัท แทน นายเอนก พนาอภิชน ที่ลาออก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558ขณะที่ ราคาหุ้นบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA อยู่ที่ 1.08 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 10.20% โดยเปิดตลาดที่ 1.00 บาท สูงสุด 1.13 บาท ต่ำสุด 0.99 บาท มูลค่าการซื้อขาย 20.7 ล้านบาท เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 28.00 / ตัดขาดทุนที่ 24.80 บาท SAWAD : Bullish Divergence แนวรับ 34.75 บาท แนวต้าน 38.75 บาท SET ภาพรวมยังดี พรุ่งนี้ฟื้นต่อเนื่อง แนวต้าน 1,375โดยกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมว่า ต้องไม่มีประวัติหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนการยื่นคำขอ เช่น ในช่วงระยะเวลา 5 ปีย้อนหลังไม่เคยถูกปฏิเสธคำขอ PO เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง เป็นต้น。

The U.S. decision to lift restrictions on South Korean missile development could be a blessing in disguise for Pyongyang.

Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?
Credit: Depositphotos

Following a meeting between U.S. President Joe Biden and his South Korean counterpart Moon Jae-in on May 21, it was announced that the United States had agreed to lift restrictions imposed on South Korea’s development of ballistic missiles. These restrictions had been gradually relaxed since 2001 to allow South Korea to field longer ranged ground-based missiles with heavier warheads. The lifting of restrictions entirely opens up the possibility of a much more ambitious missile program capable of launching precision strikes across Northeast Asia – and possibly much farther.

North Korea responded on May 31 by condemning the relaxation of restrictions, with the state-run Korean Central News Agency (KCNA) stating: “It is an apparently deliberate and hostile act that the U.S. lifted the firing range limit, not content with the removal of the warhead weight limit through the approval of several revised ‘missile guidelines.’ The termination of the ‘missile guidelines’ clearly shows who is behind the escalation of tension on the Korean peninsula.”

The article warned that this could allow South Korea to develop hypersonic, submarine launched, and even intercontinental ranged ballistic missiles in a short period, claiming that Washington was seeking to intensify the arms race on the Korean Peninsula by giving Seoul the green light to move ahead with its missile program. Such a possibility was described as “disturbing.” The North Korean state media outlet further claimed that the move was a sign of double standards regarding which of the Koreas is permitted to develop ballistic missile capabilities, stating: “The U.S., doggedly branding the measures taken by the DPRK [Democratic People’s Republic of Korea – the official name of North Korea] for self-defense as violations of U.N. ‘resolution,’ grants its allies unlimited rights to missile development. It is engrossed in confrontation despite its lip-service to dialogue. The termination step is a stark reminder of the U.S. hostile policy toward the DPRK and its shameful double-dealing.”

While an unrestricted South Korean ballistic missile program may initially appear to threaten the North, with which Seoul and Washington have been technically at war for over 70 years, assessing the full implications of a less restricted South Korea missile program indicates it may in fact strengthen Pyongyang’s position for multiple reasons.

First, the existing range restrictions for South Korean missiles already allow it to field munitions that can strike anywhere on the Korean Peninsula with warheads of any size – with its latest missiles deploying exceptionally large two ton warheads. This means a lifting of restrictions may not actually have any notable impact on the South’s ability to strike the North, in contrast to the previous loosening of restrictions in 2012 and 2017. The former amendment to restrictions allowed South Korea to field missiles with a range of up to 800 km, which was enough to comfortably cover all of North Korea from almost any launching point the South, while the latter removed all restrictions on warhead weight. Any missile designs that are actually affected by the recent abolition of restrictions will thus likely be focused on striking targets beyond the Korean Peninsula – a capability that will not necessarily harm Pyongyang’s interests.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The lifting of missile restrictions notably comes as part of a growing trend toward greater autonomy for South Korea’s armed forces, with Seoul expected to gain wartime operational command over its military in 2022, when a decades-long arrangement that placed its assets under U.S. wartime command comes to an end. This trend could well lead to a reduced dependence on Washington for protection, and in turn provide Seoul with greater room to conduct policy independently. This has particularly significant implications for its relations with China and North Korea.

China is South Korea’s largest trading partner by a significant margin, but Seoul has come under increasing U.S. pressure to take a hard line against Beijing. The U.S. deployment of THAAD air defenses to South Korea from 2016, and the serious harm this did to diplomatic and economic ties between Seoul and Beijing, provides an example of precisely the kind of situation South Korea hopes to avoid as China-U.S. relations worsen – and greater military independence could better allow it to stay out of a similar predicament in the future.

Furthermore, with South Korea’s ability to improve ties with the North effectively restricted by the U.S., despite the Moon administration having had a strong popular mandate for inter-Korean rapprochement, greater independence from Washington in defense could well facilitate more independence in this area of policymaking as well. South Korea is already considered by some assessments to be one of the world’s five or six most capable military powers, and with command of its own armed forces, an increasingly self-reliant defense sector, and a long-range ballistic missile deterrent the argument that it need depend on U.S. protection would be weakened – thus potentially loosening Washington’s leverage over policy.

Beyond the potential effects the removal of ballistic missile restrictions could have on Seoul’s strategic position, it could also go a long way toward effectively legitimizing North Korea’s own ballistic missile program. Western-led efforts to arbitrarily label North Korea’s development of ballistic missiles as “provocative” have often struggled to stand up to scrutiny, with very similar missile tests in India, Pakistan, Israel, and the West itself treated as normal and legitimate and receiving entirely different coverage. The only outstanding difference between North Korea’s missile program, and those of the three other nuclear weapons states not sanctioned by the Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons, is that Pyongyang’s program is aimed at restricting the military freedom of action of Western states through deterrence. The others, by contrast, are all aimed at deterring non-Western neighboring states in South Asia and the Middle East, and are therefore considered acceptable in the Western-dominated discourse on the issue.

A powerful South Korean missile arsenal would emphasize these double standards with an example much closer to home for Pyongyang, and effectively underline that claims a North Korean missile deterrent is provocative and unacceptable are arbitrary – since the South would be doing precisely the same. A South Korean long ranged missile program could make that of the North look much more legitimate – and do so without significantly harming North Korean security.

While Pyongyang will protest the possibility of an expanded South Korean ballistic missile deterrent, and will seek to use Washington’s green light to an expansion of Seoul’s arsenal and capabilities to highlight the double standards under which its own arsenal has been condemned, in the medium term North Korea’s position is likely to only be strengthened. The extent to which Seoul may seek to increasingly assert its independence from Washington as the country takes greater responsibility for its own defense, as trade with China becomes increasingly central to its economic interests, and as the economic benefits of potential rapprochement with Pyongyang remain alluring, is yet to be seen.