The Koreas | Environment | East Asia

คาสิโนในประเทศไทยfacebook: Can South Korea Keep up its Momentum on Climate after the P4G Seoul Summit?

ทดลองใช้ฟรี คาสิโนต่างประเทศ,ด้านเทคนิค บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ (7 ก.ค.) ว่า TIPCO/14.10 โดยมีแรงซื้อผลักดันจนราคายกตัวขึ้นพร้อมการฟื้นตัวของเครื่องมือระยะสั้น คาดรีบาวด์ได้ เก็งกำไร แนวรับ 13.80 แนวต้าน 14.60 cut loss 13.50 บ., นักลงทุนเก็บ Call DW หุ้น PTT หลังหุ้นอ้างอิงปิด -2%、เกมส์สล็อตผลไม้zoom、PTT ปิดที่ 347.00 บาท ลดลง 7.00 บาท ขณะที่ SET50 DW ยังคงได้รับความสนใจต่อเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ผันผวนของดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิง โดยนักงทุนให้ความสนใจทั้ง Call และ Put โดยสำหรับ DW28 รุ่นที่มีการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ S5028C1508A และ S5028P1508Aประเด็นข่าว : TMI แย้มศึกษาลงลึกธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทโซลาร์ต่อยอดอุปกรณ์ส่องสว่าง (ที่มา.สำนักข่าวอินโฟเควสท์)ทั้งนี้ บริษัทต้องการแนะนำธุรกิจบริการรับส่งบุคลากรให้เป็นที่รู้จักและเชื่อมั่นต่อกลุ่มนักลงทุน ซึ่งจะเน้นการให้ข้อมูลทางธุรกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการรถรับส่งบุคลากรที่มีมาตรฐานขององค์กรต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนรถรับส่งและพัฒนามาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำบริการรถรับส่งบุคลากรที่มีมาตรฐานด้านการบริการและความปลอดภัยสูงสุดของประเทศ มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยศักยภาพของจำนวนรถที่ให้บริการที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทำให้เชื่อว่าบริษัทมีโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่างต่อเนื่องCHO กรอบ 3.98-4.16AKR กรอบ 1.90-2.04, AKR บวกสวนตลาด เก็งสัปดาห์นี้คว้างานโซลาร์ชุมชน ก.พลังงาน 800 MWGFQ15:18870 ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเหนือระดับ 18800 ไปทดสอบแนวต้านที่ 18900 ตามการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ในขณะที่ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ US$1170 เราจึงยังคงแนะนำให้รอสัญญาณซื้อเมื่อราคาทองคำทะลุผ่าน US$1180 หรือทะลุผ่าน US$1190 ขึ้นไปให้ได้ก่อน SET Index ปรับตัวลงขึ้นแข็งแกร่งกว่าตลาดภูมิภาค โดยแกว่งตัวในกรอบ 1,476-1,481 จุด ก่อนปิดภาคเช้าที่ 1,478.34 จุด +5.11 จุด (+0.35%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายเพียง 17,351.94 ลบ. SET พรุ่งนี้ผันผวนต่อ กูรูแนะจุดซื้อสะสม 1,450โดยการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท พีพีเอส.ฯ เพื่อต้องการสร้างรายได้ประจำที่ช่วยลดความผันผวนของรายได้หลักที่ขึ้นกับงานที่รับ ซึ่งปริมาณงานไม่แน่นอน อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้บริษัทได้อย่างดี ซึ่งสร้างเสร็จปี 60 จะมีรายได้และกำไรเข้ามา ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นในปี 2558 เนื่องจากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ค่าการกลั่นจะลดลงในปี 2559,ที่มีเสน่ห์กว่านั้นคือขนาดของ Book value สูงถึง 1.5 บาท ดังนั้นราคาหุ้นในกระดานจึงต่ำว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัท และยังไม่ได้บวก premium เพิ่มเข้าไป หากได้งานนี้มาอาจให้มูลค่าเป็น 2 เท่าของบุ๊คหรือเห็น 3 บาทอย่างหนีไม่พ้น ขณะที่กราฟดีดตัวผ่านจุด bottom และ MACD เกิดสัญญาณซื้อเต็มๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ได้งานก่อนเข้าค่อยซื้อ กระแสมาก็สะสมกันไว้ เดี๋ยวข่าวประมูลออกราคาจะวิ่งคว้ากันไม่ทัน รอบนี้วัดกราฟที่ 1.50 บาท เป็นแนวสำคัญถ้าวิ่งผ่านไปได้ความแรงจะตามมาเลยทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการ อำนาจการควบคุมและนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แต่อย่างใดตลาดภาคเช้าปรับตัวลดลง ในทิศทางเดียวกันกับตลาดรอบบ้าน โดยถูกความกดดันจากการทำประชามติกรีซในวันอาทิตย์ รวมถึงมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง -2.48 จุด (-0.17%) มาอยู่ที่ 1,489.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.5 หมื่นล้านบาท。

แนวรับ 945/940 แนวต้าน 953-955ประเมินดัชนีจะปรับลดลงต่อในภาคบ่าย โดยเรามองการหลุดแนวรับ 1,476 จุด จะสร้างแรงขายต่อเนื่องมาในภาคบ่าย ประกอบกับเรามองว่าตลาดจะได้รับ Sentiment ลบของการเปิดทำการของตลาดยุโรป เรายังแนะนำให้ทยอย สะสมหุ้นคืน โดยมองภาพในระยะกลางตลาดในกลุ่ม emerging country จะได้เม็ดเงินที่ไหลออกจากตลาดทุนยูโรโซนสนับสนุน โดยให้จับตา Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก,ทั้งนี้ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (PTTGE)มีเป้าหมายปลูกปาล์มในอินโดนีเซียมากถึง 3.1 ล้านไร่ โดยมีการตรวจพบว่าเป็นกิจการที่มีการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง และยังมีเงื่อนงำทั้งการทุจริต และการกระทำที่ผิดกฎหมายรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะการเข้าไปซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อปลูกปาล์ม และการสร้างโรงงานสกัดน้ำมัน จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้ และได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามบล. เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราห์ (6 ก.ค.) ว่ามีมุมมองเป็นบวกต่อการลงทุน TOP สำหรับในระยะสั้น TOP ยังมีปัจจัยบวกจากผลประกอบการไตรมาส 2/58 ที่แข็งแกร่ง โดยเบื้องต้นประเมินว่ากำไรสุทธิจะใกล้เคียงกับไตรมาส 1/58 ที่ผ่านมา ความเสี่ยงระยะสั้นมีเพียงค่าการกลั่นที่ลดลงตามฤดูกาล และกำลังกลั่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้ง Upside ของราคาหุ้นที่เริ่มจำกัด ทำให้แนะนำ เก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 60 บาท/หุ้นนักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนพ.ค. ส่วนวันอังคาร ธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงิน ประจำวันที่ 16-17 มิ.ย. วันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และวันศุกร์จะเปิดเผยสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนพ.ค. ECB กับการบริหารจัดการระบบธนาคารพาณิชย์ในกรีซ ขณะที่ผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มอียูส่วนที่เหลือเป็นไปอย่างจำกัดด้านการรุกตลาดต่างประเทศ บริษัทยังคงบริหารงานโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะในแถบประเทศที่กำลังพัฒนาในโซนแอฟริกาและเอเชีย เนื่องจากยังมีความต้องการใช้แก๊ส LPG เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ขยายตัว ประกอบกับ ราคา LPG ในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนหันมาใช้แก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น จึงมองว่าเป็นโอกาสในการขยายฐานสร้างรายได้ให้กว้าง ยิ่งขึ้น,ด้านราคาหุ้น บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ณ เวลา 11.16 น.อยู่ที่ 26.75 บาท ลบ 0.04 หรือ 0.25% มูลค่าการซื้อขาย 18.58 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.87%Energy: ปรับตัวลดลงหลุดแนวรับสำคัญของเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ 19500 ทำให้แนวโน้มของหุ้นในกลุ่มพลังงานมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 19000 และ 18800ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางลดต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มเติม อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลเพื่อนำมาใช้ในโรงงาน การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ ,GFQ15:18870 ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเหนือระดับ 18800 ไปทดสอบแนวต้านที่ 18900 ตามการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ในขณะที่ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ US$1170 เราจึงยังคงแนะนำให้รอสัญญาณซื้อเมื่อราคาทองคำทะลุผ่าน US$1180 หรือทะลุผ่าน US$1190 ขึ้นไปให้ได้ก่อนบล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์(29 มิ.ย.)ว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของ VNG ยังคงสดใส จากหลายปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยหนุน ทั้งเรื่องต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและเงินบาทที่อ่อนค่า โดยคาดว่า VNG จะทำกำไรได้โดดเด่นอย่างมากในงวดไตรมาส 3/58 ซึ่งถือเป็น High Season ของธุรกิจไม้บอร์ด จึงมีโอกาสสูงที่ฝ่ายวิจัยจะปรับเพิ่มประมาณการกำไรในปีนี้ของ VNG ขึ้นอย่างไรก็ตาม ในส่วนของครึ่งปีแรกนั้น แม้ไตรมาส 2/58 รายได้จะเริ่มดีขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่การชะลอตัวในไตรมาสแรกก็จะเข้ามาฉุดภาพรวมรายได้ระยะสั้นแกว่งเริ่มแกว่งตัวขึ้น โดยมีการยกจุดต่ำขึ้นและทาจุดสูงใหม่ ซึ่งเป็นลักษณะของ Uptrend คาดว่าสั้นๆ จะแกว่งในกรอบระหว่าง 20.20-24.00 บาท ซึ่งหากไม่หลุดกรอบนี้ลงมาจะยังคง Uptrend ไว้ได้ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 19.70 บาท,KTBU15/16.98 Short ที่เปิดไว้ 17.20 บาท รอทำกำไร 16.70 บาท ตัดขาดทุนเหนือ 17.45 บาท、ทริคเล่นบาคาร่า、นายทรงพล กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/58 คาดรายได้จะสูงกว่าไตรมาส 1/58 ที่ 675.96 ล้านบาท เนื่องจากเริ่มจับทาง TV ได้ถูกแล้ว โดยเซกชั่นที่ไม่ดีคือรีเทล ค้าปลีก ซึ่งก็จะมีการนำเสนอสินค้าใหม่ที่หลากหลายและน่าสนใจจะสามารถทดแทนการหดตัวลงของยอดขายจากสินค้าเดิมในอนาคตได้? เงินบาทแนวโน้มอ่อนค่า ขณะตลาดจับตาประชุมร่วมรมว.คลังยูโรโซนรวมทั้งการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีและประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศสในวันนี้ หลังจากมีข้อมูลระบุว่า ชาวกรีซเลือกโหวต No เพื่อปฏิเสธมาตรการรัดเข็มขัดของเจ้าหนี้ทั้งนี้ ในปี 57 ยอดผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 14.45 ล้านยูนิต และ197.72 ล้านยูนิต ตามลำดับ หรือมียอดผลิตไฟฟ้ารวมของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มทั้งสองโรงที่ 212.17 ล้านยูนิต และตั้งเป้าหมายยอดผลิตไฟฟ้าทั้งปี 58 ของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดลำปางอยู่ที่ 13.86 ล้านยูนิต (รายได้จากการขายไฟ รวม adder ประมาณหน่วยละ 11.70 บาท ) , 194.75 ล้านยูนิต (รายได้จากการขายไฟ รวม adder ประมาณหน่วยละ 10.20 บาท ) และ 187.68 ล้านยูนิต ซึ่งเริ่มผลิตเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2558 (รายได้จากการขายไฟ รวม adder ประมาณหน่วยละ 10.20 บาท )。

South Korea has a chance to close the gap between rhetoric and action on climate change.

Can South Korea Keep up its Momentum on Climate after the P4G Seoul Summit?
Credit: Cheong Wa Dae

On May 31, South Korean President Moon Jae-in wrapped up two days of high-level discussions as part of the 2021 Partnering for Green Growth and the Global Goals 2030 (P4G) Seoul Summit. The virtual gathering centered on advancing public-private partnerships, particularly for developing countries, to help meet development and greenhouse gas reduction goals. For South Korea, and Moon in particular, the summit had extra value as a showcase for both its own green growth efforts and ability to help developing countries adapt similar policies. Still, even as the Moon administration took major steps leading up to this week’s meetings to signal a redoubled commitment to address climate change, there are significant obstacles ahead.

Established in 2018, the P4G summit in Seoul was only the second of its kind due to COVID-related delays. South Korea is one of only 12 P4G country members, alongside Vietnam, Mexico, Denmark, and Kenya. However, more than 65 top government officials and heads of international organizations participated in the summit – including Chinese Premier Li Keqiang, U.S. special presidential envoy for climate John Kerry, and IMF Managing Director Kristalina Georgieva – further augmenting the reach and status of the meetings.

The two-day event culminated in the Seoul Declaration, outlining a wide range of areas where participants agreed to promote inclusive, global public-private partnerships to tackle the climate crisis. Many of the key points emphasized that economic and climate considerations were not mutually exclusive and that a “green recovery should steer our efforts to rebuild the economy from the COVID-19 pandemic.” The declaration also emphasized the importance of developing new green technologies, finding innovative solutions to sustainable water management, increasing the share of renewables in power generation, developing green cities, and the need to pursue market-based solutions to sustainably address climate-related challenges.

As one of the earliest and most vociferous world leaders to embrace a green economic recovery from the pandemic, Moon certainly capitalized on the moment. At the opening ceremony, he announced South Korea would unveil a more ambitious emissions target at the 26th U.N. Climate Change Conference (COP26) in November. The previous pledge made last December stated South Korea would aim to cut greenhouse gas emissions 24.4 percent from 2017 levels by 2030 to help reach its goal of carbon neutrality by 2050.

Moon additionally vowed South Korea would act as “a bridge between advanced and developing countries to bolster international solidarity and cooperation” on these issues. Specifically, he stated South Korea would simultaneously work with other advanced countries on the climate crisis while helping developing countries secure eco-friendly technologies. At least part of the funding for this aid for developing countries will come from a new $5 billion Green New Deal Trust Fund – a nod to Moon’s green policies at home – through the Seoul-based Global Green Growth Institute.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Senior government officials seem optimistic about this bridge role despite the intensifying great power competition. When Foreign Minister Chung Eui-yong was asked if South Korea could foster global cooperation on climate change amid the growing enmity between Seoul and Beijing, he pointed to the fact that both rivals attended the summit.

The summit came on the heels of other major announcements from South Korea to demonstrate its commitment to tackling climate change. At the Leaders Summit on Climate hosted by U.S. President Joe Biden, in which 40 world leaders participated between April 22 and 23, Moon promised to stop state-backed financing of overseas coal-fired power plants. To help fulfill this pledge, South Korea’s National Pension Service – the third-largest retirement fund in the world – announced last week it would no longer fund any new projects to build coal-fired power plants abroad. This is a major step toward meeting global goals on climate change as South Korea is one of the world’s largest foreign investors in coal power plants. According to the Global Coal Public Finance Tracker, South Korea’s $5.75 billion in overseas financing for coal projects is only behind Japan and China.

However, it seems as if Seoul was at least somewhat pressured from Washington to do more. Just a few days before the Leaders Summit, Kerry travelled to South Korea where he reportedly surprised the Moon administration by suggesting improved greenhouse gas emissions reduction goals. Namely, Kerry suggested that South Korea take corresponding efforts to the U.S., which would mean almost doubling the planned emissions cuts by 2030.

South Korea’s climate policies have also been criticized for falling short of their existing goals. A recent joint study by the Korea Advanced Institute Science and Technology and Solutions for Our Climate found that the trajectory of current energy policies will not achieve what they deemed a “highly insufficient” 2030 emissions target, let alone carbon neutrality by 2050. They cite South Korea as trailing behind other major OECD countries, including neighboring Japan which pledged to cut emissions between 46 ?percent to 50 percent of 2013 levels by 2030. Another study suggests South Korea’s increased reliance on natural gas as a bridge from fossil fuels to renewables could delay widespread usage of renewables if additional reforms are not taken. A letter from a coalition of 11 environmental groups, including Greenpeace, also took issue with the fact that already planned but not yet constructed coal-powered plants were not subject to the moratorium on overseas coal-fired plant financing, stating “Against this backdrop, we are left in serious doubt as to whether the country will be able to lead a worthwhile discussion on green growth and sustainable development.”

If South Korea wants to continue to be seen as a leader on climate issues, it will need to more proactively set ambitious goals and lay out realistic means of achieving them. In this sense, the promised updated emissions target at the upcoming COP26 in November represents a milestone opportunity for Seoul. Using the P4G as a springboard, if South Korea can show tangible results from the summit and present a bolder, attainable emissions target in November it would greatly help sustain Moon’s drive for his country to be a convenor on the global climate crisis.