Pacific Money | Economy | South Asia

โปรโมชั่น ฟรีเครดิตเดือนเกิด: A European FTA With India Is Not a Counterweight to China

play games on poki,ขณะที่ DW28 ที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดวานนี้ได้แก่SCB กรอบ 178.5-184.0 กลุ่มพลังงานวิ่งคึกคัก รับราคาน้ำมันดิบฟื้น กูรูชู TOP เด็ดสุด Top Pick กลุ่ม,ข่าวดังกล่าวทำให้เทรดเดอร์เชื่อมั่นวาจะช่วยหนุนอุปสงค์ให้ภูมิภาคให้สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียยังทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า อิหร่านอาจจะส่งออกน้ำมันได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ชาติตะวันตกได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ภายหลังจากอิหร่านยอมทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์、ขณะที่บล.ทรีนิตี้ แนะนำ ซื้อ CPALL ราคาเป้าหมาย 56.00 บาท/หุ้น ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาว จากทั้งกลยุทธ์ในการพัฒนารูปแบบร้านค้า และสินค้า อีกทั้งความพยายามในการบริหารหนี้ นอกจากนี้คาดว่าอีกในระยะเวลาไม่นานน่าจะมีการพิจารณาการลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ซึ่งส่งผลดีทั้งต่อ CPALL และ MAKRO ที่จะมีสภาพคล่องในการซื้อขายเพิ่มขึ้น และช่วยในการลดภาระหนี้ ประกาศอัตราเงินปันผล 0.8 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลราว 2% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย. 58ทั้งนี้ นายโคเชอร์ลาโคตาสนับสนุนให้เฟดรอจนกว่าจะถึงครึ่งปีหลังของปีหน้าเพื่อขึ้นอัตราดอกเบี้ย และค่อยๆ ปรับขึ้นทีละน้อยจนแตะระดับ 2% ในปลายปี 2017 หลังจากที่เฟดได้คงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% นับตั้งแต่เดือนธ.ค.2008ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์จะรับผิดชอบในการพัฒนาปรับปรุงผิวทางลู่ปั่นจักรยานรอบนอกให้เรียบได้มาตรฐานระดับสากล จัดสร้างจุดพัก ติดตั้งป้ายกฎ กติกาและข้อมูลอื่นที่เป็นประโยชน์ในบริเวณลู่ปั่นจักรยานรอบนอก จัดสร้างลู่ปั่นจักรยานรอบในเพิ่มเติม สร้างห้องน้ำ จัดพื้นที่ร้านอาหารและเครื่องดื่ม จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยของนักปั่นจักรยาน เช่น ระบบกล้องวงจรปิด และระบบไฟฟ้าแสงสว่างโดยรอบตลอดระยะทางของลู่ปั่นรอบนอก เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ในเวลากลางคืน และมีการใช้เทคโนโลยี RFIDในระบบลงทะเบียนผู้ปั่นจักรยานเพื่อตรวจสอบการผ่านเข้า-ออกในขั้นนี้คาดว่าจะปิดปรับปรุงลู่ปั่นเป็นการชั่วคราวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน และเมื่อเปิดให้บริการลู่ปั่นที่ปรับปรุงแล้วจะไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายกับผู้มาใช้บริการลู่ปั่นทั้งนี้ นายโคเชอร์ลาโคตาสนับสนุนให้เฟดรอจนกว่าจะถึงครึ่งปีหลังของปีหน้าเพื่อขึ้นอัตราดอกเบี้ย และค่อยๆปรับขึ้นทีละน้อยจนแตะระดับ 2% ในปลายปี 2560 หลังจากที่เฟดได้คงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2551ราคาปิด 0.94 ตัดขาดทุน 0.90มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 24,787.57 ล้านบาท,สำหรับการซื้อหุ้น PDI ครั้งนี้บริษัทจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินสดให้กับผู้ขาย โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากเงินสด หรือเงินทุนหมุนเวียน หรือเงินเพิ่มทุน รวมถึงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน PCA บริษัทดีๆอย่างนี้ แต่ราคาหุ้นลงเลียดติดดิน เด็กแนวชอบอย่างมาก เพราะนี่คือไม้แรกของรอบใหญ่ที่พร้อมจะขึ้น บริษัทดำเนินธุรกิจ ออกแบบ ติดตั้ง และขายอุปกรณ์ ICT รวมทั้ง Set Top Box ด้วย ปี 58 นี้กำไรจะโตเกือบเท่าตัวจากปีก่อน และปี 59 อานิสงส์จาก 4G จะทำให้ได้งานเพิ่มบานตะไท จัดเป็นหุ้น PE ไม่สูงในกลุ่มวางระบบที่น่าสนใจ หากปีนี้กำไรเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท ราคาหุ้นที่เหมาะสมควรจะอยู่ไม่น้อยกว่า 7 บาทที่ PE เพียง 18 เท่า ขณะที่ symc, ilink,css ค่า PE ระดับ 23 เท่าไปแล้ว จึงถือว่านี่ถูกเกินไป ส่วนกราฟนั้นให้พิจารณาทางเทคนิคกันให้ดี เครื่องมือต่างๆ สร้างสัญญาณซื้อล่วงหน้ารอแล้ว แค่มีโวลุ่มมาเติมก็จะวิ่งแรง และยาวคำโตๆ สะสมกันเถอะก่อนที่ราคาจะวิ่ง เราได้ไม้แรกไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องไปไล่ซื้อทีหลัง แนะนำซื้อ BIGC โดยมีแนวรับที่ 243 และ 242 และมีแนวต้านที่ 250 และ 254 เป็นจุดขายทำกำไร ภาพเทคนิค SET ช่วงบ่ายมีโอกาสยิงขึ้นทดสอบ 1,555 จุดสูง แต่คาดว่าจะไม่ไปไกลเกินแนวต้านนี้มากนัก และมีโอกาสที่จะลดช่วงบวกลงมาในช่วงท้ายตลาด โดยน่าจะลดต่ำกว่า 1,550 จุด และ 1,545 จุดด้านนายเดวิด สต็อคตัน อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเฟด (ช่วงปี 2543-2554 ) ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน กล่าวว่า มีแนวโน้มมากขึ้นว่าเฟดอาจจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. พร้อมกับกล่าวว่า นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดไม่ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แต่กลับ ให้ความสนใจกับตลาดแรงงานมากกว่า เมื่อดูจากแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มี.ค.ส่วนแนวโน้มการลงทุนพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) คาดว่าตลาดมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นหลังดัชนีปรับตัวขึ้นทะลุ 1,550 จุด และมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวจะมีแนวรับ 1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,560 จุด , เงินเยนอยู่ที่ระดับ 119.75 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 120.00 เยน/ดอลลาร์、เดิมพันฟรี fifa55 ดี ไหม pantip、 Momentum Trading: SGP (เป้า 13.50-14.00 คัท 11.60) // SC (เป้า 3.88 และ 3.94-4.00 คัท 3.64) ,ERW (TP5.7*) : Support 4.68/4.62 Resistant 4.8/4.96อย่างไรก็ตามให้จับตาดูรายงานผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบาย (FOMC) ของเฟด ในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.58) โดยคาดว่าผลการประชุมน่าจะออกมาในเชิงบวก ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดได้ จากเดิมที่น่าจะปรับขึ้นเดือนมี.ค.นี้ เป็นในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.แทนทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวทำให้เทรเดอร์เชื่อมั่นวาจะช่วยหนุนอุปสงค์ให้ภูมิภาคให้สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียยังทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า อิหร่านอาจจะส่งออกน้ำมันได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ชาติตะวันตกได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ภายหลังจากอิหร่านยอมทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์。

ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ระบุว่า มื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งให้บริษัท ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TIES แก้ไขงบการเงินประจำปี 2557 แนะนำซื้อ PTTGC โดยมีแนวรับที่ 56.75 และ 56.50 และมีแนวต้านที่ 58.00 และ 60.00 เป็นจุดขายทำกำไรVolume มากกว่า 4 หมื่นล้าน + ยืนได้เหนือ 1,550 จุด เป็นสัญญาณ บวก : ในกรณีที่ SET สามารถยืนได้เหนือแนวต้านที่ 1,550 จุด พร้อมปริมาณการซื้อขายมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท จะเป็นสัญญาณ กลับตัว ทางเทคนิค โดยมีเป้าหมายการปรับสูงขึ้นถัดไปที่ 1,575 จุด และเป้าหมายหลักที่ 1,620 จุด หรือจุดสูงสุดเดิมที่ทำไว้ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา , ดาวโจนส์ปิดวานนี้ปรับขึ้นหลังตลาดคลายกังวลเฟด Momentum Trading: SGP (เป้า 13.50-14.00 คัท 11.60) // SC (เป้า 3.88 และ 3.94-4.00 คัท 3.64)ทั้งนี้ นายโคเชอร์ลาโคตาสนับสนุนให้เฟดรอจนกว่าจะถึงครึ่งปีหลังของปีหน้าเพื่อขึ้นอัตราดอกเบี้ย และค่อยๆปรับขึ้นทีละน้อยจนแตะระดับ 2% ในปลายปี 2560 หลังจากที่เฟดได้คงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2551,ขณะที่ DW28 ที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดวานนี้ได้แก่ประเมินว่าดัชนีจะผันผวน แต่จะสามารถปิดภาคเย็นทรงตัวจากปิดตลาดเที่ยง เรามองนักลงทุนสถาบันจะรอดูท่าทีจากบันทึกการประชุมของ FED ขณะที่คาดว่านักลงทุนรายย่อยจะขายล็อคกำไรก่อนเข้าช่วงสงกรานต์ ซึ่งจะจำกัด Upside ของดัชนี เรายังเน้นลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยเด่นเฉพาะตัว และเลือกเก็งกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านปรับตัวลง โดยหุ้นโทลล์ บราเธอร์ส และหุ้นเลนนาร์ คอร์ป ต่างก็ร่วงลงกว่า 2.5%หุ้นเจนเนอรัล มอเตอร์ (GM) ดิ่งลง 2.5% หลังจากมีรายงานว่า รัฐบาลแคนาดาจะขายหุ้นที่ถืออยู่ในจีเอ็ม คิดเป็นมูลค่าราว 2.7 พันล้านดอลลาร์โดยเชื่อว่า SAWAD มีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณจากการเติบโตของสินทรัพย์ที่มีอยู่จากการซื้อกิจการ ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 53 บาท อ้างอิงจาก justified PEG สิ้นปีที่ 1 เท่า (อ้างอิงจาก PE ปี 2558 ที่ 34เท่า, กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2558-2559 เฉลี่ยที่ 43%) , ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นต่อบ่ายนี้ ขานรับกระแสเฟดไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย ประชุมผู้ถือหุ้น: 7 เม.ย. TASCO IT SCCC STHAI / 8 เม.ย. EASON HTECH NWR BCP ITD KDH BIGC MBK ROBINS SEAOIL SVOA THANI TVIอย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าจำนวนลูกค้าสมัครใหม่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการให้บริการภายใต้สัญญาร่วมให้บริการอินเทอร์เน็ตกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ ได้เริ่มดำเนินการแล้วและจะมีการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้า ณ ปัจจุบัน ยังเติบโตได้ดีและเป็นไปตามที่ฝ่ายบริหารได้คาดการณ์ไว้ PRIN หุ้นอสังหาที่ปีก่อนแย่ ต้องมาจับตาปีนี้ เพราะจะ turnaround กันอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะ PRIN ปี 57 ทำการโละของเสียออกเกลี้ยง ทำการปรับปรุงระบบงานใหม่ ปีนี้จึงเตรียมเปิดตัวคอนโดเพียบ และอัตราการทำกำไรจะดีขึ้นอย่างมาก เป้าหมายปีนี้รายได้อย่างน้อย 3 พันล้านบาทลุยเปิด 5โครงการบุกทุกรูปแบบเลยว่างั้น จุดเด่นของ PRIN แม้ผลประกอบการในอดีตจะไม่เด่น แต่งบการเงินแข็งแกร่งมากมีกำไรสะสมระดับ 2 พันล้านบาท ทำให้ book value สูงระดับ 3.25 บาท หรือ PBV ที่ 0.56 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มอสังหา อีกทั้งมีหนี้สินไม่สูงมาก แบบนี้เท่ากับว่าราคาหุ้นต่ำเกินไป และน่าจะ bottom สุดๆ ในเวลานี้แล้วล่ะ หากมองว่าปี 58 จะพลิกฟื้นขึ้นมาแล้ว ราคาหุ้นจึงไม่ควรจะต่ำกว่า 2.50 บาท ด้านกราฟลงลึก เห็นสัญญาณการดีดตัวขึ้นแล้ว ตรงนี้ควรจะเป็นไม้แรกสำหรับรอบยาว แนะนำสะสมกันไว้ แล้วจะดีเอง อิตาลีปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 58 เป็น 0.7% หลังศก.โลก-ยุโรปปรับตัวดีขึ้นสำหรับงานก่อสร้าง และซ่อมแซมถนน มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท สูงกว่างบประมาณปี 2557 ถึง 27% ซึ่งยังไม่นับรวมงบตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งผ่านมติครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนนี้เป็นงบประมาณสำหรับการซ่อมและสร้างถนนทั่วประเทศวงเงิน 40,000 ล้านบาท เป็นงบประมาณของกรมทางหลวง 25,000 ล้านบาท และของกรมทางหลวงชนบท 15,000 ล้านบาท, ดาวโจนส์ปิดวานนี้ปรับขึ้นหลังตลาดคลายกังวลเฟด、 หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร TOP (ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 มีแนวโน้มแข็งแกร่ง การระเบิดของโรงงานอะโรเมติกส์ในจีนหนุนการเก็งกำไรระยะสั้น //เป้า 57.0 และ 61.5) และ BCP (กำไรไตรมาส 1/58 โดดเด่น และ laggard play กลุ่มพลังงาน) นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในเดือนมี.ค.58 ว่า มียอดรวมการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 1.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% จากในเดือนมี.ค.57 ที่มียอดรวมการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 1.58 แสนล้านบาท เป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ ด้านของรัฐบาล ส่วนภาพรวมในปีงบประมาณ 58 เชื่อว่าจะใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยอาจต่ำกว่าเล็กน้อยไม่เกิน 2%ด้านนายเดวิด สต็อคตัน อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเฟด (ช่วงปี 2543-2554 ) ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน กล่าวว่า มีแนวโน้มมากขึ้นว่าเฟดอาจจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. พร้อมกับกล่าวว่า นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดไม่ได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แต่กลับ ให้ความสนใจกับตลาดแรงงานมากกว่า เมื่อดูจากแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มี.ค.。

There is currently no way for India to take China’s place in the European Union’s economic relations.

A European FTA With India Is Not a Counterweight to China
Credit: Pixabay

As India and the European Commission formally resumed their Free Trade Agreement (FTA) negotiations this year, we witnessed a mushrooming of commentaries on the significance of the development. The torturous and inconclusive talks to reach such a deal had been abandoned years ago. They’ve been resurrected now, but what changed??

One line of argument is that the EU is seeking to balance China. While some of the European countries are increasingly critical of China at the political level, and growing more concerned about Chinese entities at the security level, the EU and its economic powerhouses remain intertwined with the Chinese economy. Thus, it is claimed by a part of the commentariat, enhancing economic relations with India would allow the EU to find a counterweight, to be overall less dependent on China for trade and investment. For instance, in vain pursuit of causation, some were quick to point out that in May, the announcement of the return to FTA negotiations with India was soon followed by a declaration that the EU was freezing the ratification of the Comprehensive Agreement on Investment with China.

This, however, is a fallacious argument. There is currently no way for India to take China’s place in the EU’s web of economic relations, in terms of the scale of both trade and investment. As for the latter, in 2019, the value of the EU’s FDI in China was 2.6 larger than its FDI in India (198.7 billion euro to 75.8 billion euro, respectively). Chinese FDI inflows into the EU were also overall larger than Indian FDI over the past years. While a 2020 Rhodium Group-MERICS report showed that Chinese FDI in Europe sharply declined in the 2017-2019 period, that does not necessarily mean Indian companies are comparable rivals when it comes to their capacity to invest in the EU. Moreover, what New Delhi and the EU are back to negotiating is a trade agreement (most probably focused on reducing tariffs on trade in goods), and not a deal to liberalize bilateral investment, although the EU is signaling its readiness to open talks on this front as well.

Speaking of trade: In 2020, the EU’s goods trade with China was worth nearly nine times its trade with India. As the EU Commission admits itself, India was “accounting for 1.8% of EU total trade in goods in 2020, well behind China,” the latter accounting for 16.1 percent of the EU’s trade. In 2019, the total EU-China goods trade was worth 7.2 times more than the total EU-India goods trade (561 billion euro to 77.8 billion euro); in 2018, it was 6.8 times larger (530.6 billion euro to 78 billion euro); in 2017, it was seven times larger (511.6 billion euro to 73 billion euro), and so on.?

Even if we fast-forward to the EU-India FTA, very optimistically assuming it is signed within a few years, China will long remain both a much richer consumer market than India, as well as a massively larger source of exports. It may be argued that the EU’s trade with India is much more healthy, balanced as it is between imports and exports, when compared to its trade with China, which is radically tilted toward a deficit. But this is hardly something that the votaries of the counterweight theory can pick up as a point in this discussion, as in some cases India simply does not produce the goods which China exports to the EU (or produces/exports them on a far smaller scale). Moreover, as a recent MERICS study shows,”‘the EU was strategically dependent on China for 659 of the 5,600 product categories,” such as certain APIs, metals, or electronic goods – meaning that it was importing them nearly only from China and that China had an overwhelming global market share of the same goods.?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Explaining anything by adding “China” or “China-U.S.” to a text has become a sign of intellectual laziness on the part of some commentators. Like pointing to a shadow lurking behind any object, many commentators are now prone to see Chinese actions and the China-U.S. rivalry as explanations to key events across the world. To be sure, the rise of China and its growing tensions with the United States are of great global significance, but there is life outside Washington and Beijing (actually, most of life thrives outside them). Not every phenomenon can be reduced to the rivalry of those two powers.

The same applies to the return of EU-India FTA negotiations. They have a dynamic and reasons of their own. While significant in their own way and in their own league, they certainly cannot lead to India becoming China’s counterweight in European Union’s economic relations.